วิธีการสร้างเว็บไซต์

อธิบายทุกขั้นตอนอย่างละเอียด

คุณอยากรู้วิธีสร้างเว็บไซต์สวยๆ หรือเปล่า?

ถ้าใช่ คุณมาถูกที่แล้วครับ ผมจะอธิบายขั้นตอนการทำเว็บไซต์ โดยจะเขียนให้เข้าใจง่าย และทำตามได้ทันที

หลังจากอ่านและทำตามบทความนี้เสร็จ คุณจะมีเว็บสวยๆ เป็นของตัวเองครับ

เนื้อหา
ขั้นตอนที่ 1

ทำความเข้าใจ
การทำเว็บไซต์

การสร้างเว็บไซต์สมัยนี้ เค้าทำกันยังไง
(มันไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว)

การสร้างเว็บไซต์สมัยก่อนนั้น คุณต้องมีความรู้ HTML (ภาษาเว็บ) หรือต้องสามารถใช้โปรแกรมสร้างเว็บอย่าง Dreamweaver ได้ (ซึ่งใช้ยากและซับซ้อน)

ถ้าคุณไม่มีความรู้ด้านนี้ คุณก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเสียเงินจ้างนักออกแบบเว็บไซต์ (และยิ่งคุณอยากให้เว็บคุณสวยและดูดีมากเท่าไหร่ ราคาค่าทำเว็บก็จะสูงขึ้นไปเท่านั้น)

แต่ปัจจุบันนี้มันเปลี่ยนไปแล้วครับ

ตอนนี้คุณสามารถสร้างเว็บไซต์ด้วยตนเอง โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้อะไรมากมาย เพราะว่าปัจจุบันมีสิ่งที่เรียกว่า WordPress มาทำให้การสร้างเว็บไซต์ง่ายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว

แล้ว WordPress นี่มันคืออะไรล่ะ

อธิบายง่ายๆ WordPress คือโปรแกรมสร้างเว็บ “สำหรับคนทั่วไป” (ที่ไม่ใช่นักทำเว็บมืออาชีพ) ถ้าคุณใช้ WordPress คุณจะสามารถสร้างเว็บไซต์ได้ด้วยตนเอง

WordPress ใช้งานง่าย คุณสามารถเรียนรู้โดยการลองผิดลองถูกหรือจากอินเตอร์เน็ตได้

และที่สำคัญ โปรแกรมตัวนี้ “ฟรี” ครับ

ถ้าคุณใช้ WordPress คุณสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ง่ายๆ

  • สร้างเว็บเพจใหม่
  • แก้เลย์เอาต์ ปรับแต่งเมนู
  • เปลี่ยนดีไซน์ของเว็บอย่างสิ้นเชิง (ทำได้ด้วยการเปลี่ยน “ธีม” ซึ่งเป็นฟังก์ชันของ WordPress)
  • เพิ่มการทำงานพิเศษให้กับเว็บ เช่น สร้างแบบฟอร์มส่งข้อความ

คุณสามารถใช้ WordPress ทำเว็บไซต์ได้หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ทำเว็บขายของ, บล็อกส่วนตัว, เว็บที่มีระบบสมาชิก, เว็บองค์กร, ฯลฯ

สรุปคือ การทำเว็บไซต์ในปัจจุบันนั้นไม่ยุ่งยากเหมือนก่อนแล้ว ผู้อ่านอย่ากังวลว่าต้องเสียเงินหรือเสียเวลามากมายเพื่อทำเว็บไซต์ ไม่จำเป็นแล้วครับ

การสร้างเว็บไซต์ มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

การสร้างเว็บมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นแค่สองรายการเท่านั้นครับ

  1. ค่าโดเมน (ชื่อเว็บไซต์) จ่ายเป็นรายปี ปีละประมาณ 250 – 650 บาท แล้วแต่ว่าจดโดเมนกับที่ไหน 
  2. ค่าเช่าเว็บโฮสติ้ง (คอมพิวเตอร์ที่เก็บไฟล์ของเว็บไซต์เรา) ตกเดือนละประมาณ 200 – 700 บาท

หมดแล้วครับ คุณสามารถสร้างเว็บไซต์สวยๆ ด้วยตัวเอง ด้วยค่าใช้จ่ายเพียงเท่านี้ครับ

เนื่องจาก WordPress มี “ธีม” (ดีไซน์สำเร็จรูป) แจกฟรีมากมาย เราเลยไม่จำเป็นต้องเสียค่าออกแบบเว็บไซต์ครับ หลังจากลง WordPress เราสามารถล็อกอินเข้าไปในส่วน admin แล้วเลือกโหลดธีมฟรีสวยๆ ได้เลย เท่านี้เว็บไซต์เราก็จะดูดีแล้วครับ

เว็บโฮสติ้ง คืออะไร

เว็บโฮสติ้งคือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เก็บไฟล์ของเว็บไซต์เราไว้ และเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้คนสามารถเข้าชมเว็บไซต์เราได้ตลอดเวลา

ค่าใช้จ่ายในการเช่าเว็บโฮสติ้งสำหรับเว็บไซต์ทั่วไปจะอยู่ที่ 200 – 700 บาทต่อเดือน โฮสติ้งที่ราคาถูกกว่านี้ก็มี แต่ก็ต้องทำใจเรื่องประสิทธิภาพ (เว็บอาจช้าและล่มบ่อย) 

เวลาคุณจ่ายเงินเช่าเว็บโฮสติ้ง ผู้ให้บริการจะส่ง URL ของสิ่งที่เรียกว่า control panel (หรือ cPanel) มาให้เรา

Control panel คือหน้าเว็บหน้าตาแบบรูปข้างล่าง เอาไว้ใช้จัดการเว็บไซต์ของเรา 

หน้าตาของ cPanel สำหรับจัดการเว็บไซต์

เราใช้ control panel ทำสิ่งเหล่านี้ได้

การจดโดเมน คืออะไร

ถ้าคุณอยากให้คนเข้าชมเว็บไซต์คุณได้ คุณต้องมีชื่อโดเมน (mywebsite.com)

การจดโดเมนไม่ใช่การ “ซื้อ” โดเมนอย่างถาวร แต่เป็นการ “เช่า” ใช้ชื่อโดเมนเป็นรายปี (พอจ่ายเงินค่าโดเมนแล้ว คุณจะได้สิทธิ์ใช้ชื่อนั้นๆ หนึ่งปี)

เพราะฉะนั้นหลังจากคุณจดชื่อโดเมนไปแล้ว คุณต้องอย่าลืมจ่ายเงินต่ออายุก่อนที่โดเมนจะหมดอายุ (ไม่อย่างนั้นอาจมีคนจดแย่งไป)

หลายคนมีความกังวลเรื่องลืมต่ออายุโดเมน ไม่ต้องกลัวครับ บริษัทรับจดโดเมนชั้นนำส่วนใหญ่ จะต่ออายุโดเมนให้เราโดยอัตโนมัติ (เมื่อโดเมนใกล้จะหมดอายุ ระบบจะพยายามจะหักเงินจากบัตรเครดิตล่วงหน้า) เท่านั้นยังไม่พอ บริษัทพวกนี้ยังมีการส่งอีเมลแจ้งเตือนก่อนที่โดเมนจะหมดอายุด้วย

เพราะฉะนั้น หากคุณจดชื่อโดเมนกับบริษัทที่มีระบบการจัดการที่ดี คุณก็ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ครับ (เดี๋ยวผมจะแนะนำบริษัทที่ผมใช้ให้) 

หากผู้อ่านยังไม่ได้คิดชื่อโดเมนของตัวเอง อ่านบทความแนะนำการคิดชื่อโดเมนได้ครับ

จดโดเมนกับเช่าโฮส คนละที่กันได้ไหม

ปกติแล้วเราจะเช่าโฮสกับจดโดเมนที่เดียวกัน โดยให้ตัดสินใจก่อนว่าจะใช้เว็บโฮสติ้งของที่ไหน จากนั้นก็ให้สมัครเว็บโฮสติ้งและจดโดเมนพร้อมกันเลย (เดี๋ยวจะแสดงวิธีทำให้ครับ)

ถ้าเราต้องการใช้คนละบริษัท ก็ทำได้ครับ แต่ปกติเรานิยมใช้ที่เดียวกันเพราะมีข้อดีสองอย่าง

ถ้าเราต้องการใช้คนละบริษัท ก็สามารถทำได้ครับ แต่ถ้าใช้ที่เดียวกันจะมีข้อดีคือ การติดตั้งเว็บไซต์จะง่ายและเร็วขึ้น เพราะคุณไม่จำเป็นเชื่อมต่อเว็บโฮสติ้งและโดเมนเข้าด้วยกัน ซึ่งอาจเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากสำหรับมือใหม่

เพราะฉะนั้น คุณเลือกใช้เว็บโฮสติ้งของที่ไหน คุณก็จดโดเมนกับที่นั่นไปเลย

เช่าเว็บโฮสติ้งและจดโดเมน กับบริษัทไหนดี

หลายคนมีวิธีเลือกเว็บโฮสแบบง่ายๆ คือ เจ้าไหนถูกสุดก็เอาอันนั้น แต่ผมขอเตือนว่าถ้าคุณเน้นแต่ราคาถูกอย่างเดียว คุณจะปวดหัวกับปัญหาต่างๆ ทีหลังครับ

อย่างเจ้าของกระทู้ข้างล่างนี้ เค้าตัดสินใจใช้เว็บโฮสเจ้าหนึ่งเพราะราคาถูกมาก แต่พอใช้ไปก็เกิดปัญหามากมาย (เว็บล่ม, support แก้ปัญหาช้ามาก)

มีเว็บโฮสหลายเจ้ามากครับที่มีเจ้าหน้าที่ไร้ความสามารถแบบนี้ อย่างเจ้าของโพสต์ด้านล่าง เค้าใช้เว็บโฮสติ้งเจ้าหนึ่ง วันนึงเค้าติดต่อ support ขอให้ส่งไฟล์ backup ให้เค้าหน่อย แต่ support ดันทะลึ่งไป restore เว็บไซต์เค้าเฉยเลย (ข้อมูลบนเว็บเลยกลับเป็นข้อมูลเก่า)

ปัญหา support ห่วย เว็บล่ม ไม่ได้เกิดกับเว็บโฮสติ้ง no name อย่างเดียว เว็บโฮสติ้งเจ้าดังๆ ก็ไม่เว้นครับ อย่างเจ้าของกระทู้ด้านล่าง เค้าย้ายเว็บไซต์ไปเว็บโฮสชื่อดังเจ้าหนึ่ง ผลคือเว็บล่มบ่อยจนทำให้อันดับเว็บไซต์ใน Google ร่วงเอาๆ

เพราะฉะนั้น เราต้องเลือกเว็บโฮสติ้งดีๆ ครับ จะได้ไม่ปวดหัวทีหลัง 

หลักการเลือกเว็บโฮสติ้งของผม

ปัจจัยในการเลือกบริษัทของผม มีดังนี้ครับ

  1. มีรีวิวจากผู้ใช้งานจริง และเกือบทั้งหมดใหญ่ต้องเป็นไปในด้านบวก (สำคัญที่สุด)
  2. มีเจ้าหน้าที่ support ที่รู้จริง แก้ปัญหาได้จริง และให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
  3. สามารถขอเงินคืนได้หากเกิดปัญหา เช่น เว็บล่มบ่อย ภายในอย่างน้อย 30 วัน
  4. มี SSL certificate แถมให้ฟรี ทำให้สามารถอัพเกรดเว็บไซต์ HTTPs ซึ่งมีความปลอดภัยสูงได้ (เว็บโฮสหลายเจ้าไม่มีให้นะครับ ก่อนซื้อต้องเช็คดูดีๆ)
  5. ราคาค่อนข้างถูก แต่ไม่ถูกเกินไปจนน่ากลัวคุณภาพไม่ดี
  6. มี datacenter (ที่เก็บเซิร์ฟเวอร์) ใกล้ๆ ประเทศไทย

บริษัทเว็บโฮสติ้งที่ผมแนะนำคือ FastComet (ลองกดลิงก์เข้าไปดูได้ครับ ลิงก์จะเปิดในหน้าต่างใหม่) เว็บโฮสติ้งเจ้านี้มีคุณสมบัติตามที่กล่าวมาทั้งหมด (แน่นอนว่าผมเองก็ใช้เว็บโฮสติ้งเจ้านี้ครับ)

เว็บโฮสติ้งของ FastComet ดียังไง

HostAdvice.com (เว็บไซต์จัดอันดับเว็บโฮสติ้ง) มีการทำสำรวจว่าเว็บโฮสติ้งไหนที่คนแนะนำมากที่สุด ผลคือ FastComet มีคะแนนนำมาเป็นอันดับหนึ่ง (อันดับคิดจาก 32,359 รีวิวที่ผู้ใช้งานจริงส่งเข้ามา)

นอกจากนี้ FastComet ยังมี datacenter อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ด้วย ทำให้เว็บไซต์โหลดเร็วขึ้น (เพราะอยู่ใกล้ประเทศไทย) 

ถ้าคุณใช้ FastComet (ไม่ว่าจะ plan ไหน) คุณจะได้ติดตั้ง SSL certificate บนเว็บคุณได้ฟรีๆ ทำให้สามารถอัพเกรดเว็บคุณเป็น HTTPs ได้ ทำให้เว็บคุณน่าเชื่อถือ และยังส่งผลดีต่ออันดับใน Google อีกด้วย (ติดตั้งง่ายครับ เดี๋ยวผมจะแสดงวิธีการให้)

เว็บโฮสหลายเจ้าไม่มี SSL certificate แถมให้ ถ้าซื้อเพิ่มต้องเสียค่าใช้จ่ายรายปีประมาณ 1500 – 3000 บาทต่อเว็บไซต์ (แต่ FastComet แถมให้ฟรีหมดไม่ว่าคุณจะมีกี่เว็บไซต์)

FastComet อาจจะไม่ใช่เว็บโฮสติ้งที่ถูกทีสุด แต่ที่บริษัทนี้ถูกโหวตเป็นอันดับหนึ่ง เพราะว่ามีค่าบริการถูกมากเทียบกับบริการที่ได้

  • SSL certificate ฟรีทุกเว็บไซต์
  • จัดเก็บไฟล์เว็บไซต์คุณใน SSD แทนฮาร์ดดิสก์ (ทำให้เว็บไซต์โหลดเร็วขึ้น)
  • แบ็คอัพเว็บไซต์ให้เราฟรีๆ 
  • ขอคืนเงินได้ภายใน 45 วัน (ที่อื่นจะเป็น 30 วัน หรือขอคืนเงินไม่ได้)
  • Customer support ตลอด 24 ชั่วโมง

เอาล่ะครับ เมื่อรู้แล้วว่า FastComet ดียังไง ได้เวลาสร้างเว็บไซต์แล้วครับ

ขั้นตอนที่ 2

ลงมือ
สร้างเว็บไซต์

วิธีสร้างเว็บไซต์ (พร้อมรูปประกอบ)

ก่อนอื่นให้ไปที่เว็บของ FastComet โดยคลิกปุ่มด้านล่าง (หน้าเว็บจะเปิดในหน้าต่างใหม่) 

จากนั้นให้กดปุ่ม Start Now

จากนั้นเลือกว่าจะเอาเว็บโฮสติ้งคุณภาพระดับไหน ถ้าคุณจะสร้างแค่เว็บไซต์เดียว เลือก plan ที่ถูกที่สุดก็ได้ครับ นั่นคือ FastCloud ด้านซ้าย แต่ถ้าต้องการสร้างหลายเว็บให้เลือก FastCloud Plus (ถ้าไม่แน่ใจเลือก FastCloud ก่อนก็ได้ คุณสามารถอัพเกรดที่หลังได้โดยจ่ายแค่ค่าส่วนต่าง)

หน้าถัดไปให้คุณพิมพ์ชื่อโดเมนที่คุณต้องการ  จากนั้นกด Use This Domain (ถ้าคุณจดโดเมนกับที่อื่นไปก่อนแล้ว ให้เลือก “I already have a Domain”)

สร้างบัญชีผู้ใช้และชำระเงิน

หน้านี้ต้องกรอกข้อมูลเยอะหน่อย แต่ไม่ต้องห่วง ผมจะอธิบายทีละส่วนอย่างละเอียดครับ

ส่วนแรกของหน้านี้คือ Account Information (บัญชีผู้ใช้) ให้กรอกรายละเอียดทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ (ถ้าไม่เข้าใจส่วนไหน ดูคำอธิบายใต้รูปด้านล่างได้ครับ)

คำอธิบายรูปด้านบน

  • Email: กรอกอีเมลที่ใช้ประจำ
  • Master Password: กรอกรหัสผ่านซึ่งจะใช้สำหรับล็อกอินเข้า Client Area (ส่วนของลูกค้า) 
  • State/Region: กรอกจังหวัด
  • Zip Code: รหัสไปรษณีย์
  • City: กรอกอำเภอ
  • Address: กรอกที่อยู่ (ไม่ต้องกรอกอำเภอ, จังหวัด, รหัสไปรษณีย์ เพราะมีช่องแยกต่างหาก)
  • Phone: ใส่หมายเลขโทรศัพท์ (ไม่ต้องเขียนเป็นแบบสากล ไม่ต้องใส่รหัสประเทศ +66)
  • Company Name: ไม่จำเป็นต้องกรอก

ผู้อ่านอาจสงสัยว่าบริษัทจะเอาที่อยู่และเบอร์โทรเราไปทำไม คำตอบคือ เค้าต้องการข้อมูลนี้เพื่อเอาไปจดโดเมนให้เราครับ (การจดโดเมนนั้น เค้ามีข้อกำหนดว่าเจ้าของโดเมนจะต้องระบุ ชื่อ, ที่อยู่, และเบอร์ติดต่อไว้)

ส่วนต่อมาให้กรอก Product Information (ดูคำอธิบายใต้รูป)

  • Plan: อันนี้ปล่อยเป็นค่าเดิมที่เลือกไว้ก่อนแล้ว
  • Datacenter Location: เลือกว่าจะให้เว็บโฮสของคุณตั้งอยู่ที่ประเทศไหน ถ้าคุณทำเว็บภาษาไทย ให้เลือก Singapore เพราะอยู่ใกล้ประเทศไทยที่สุด เว็บจะโหลดไวขึ้น
  • Period: ให้เลือกว่าจะชำระเงินทุกๆ กี่เดือน (1, 12, 24, หรือ 36 เดือน) ซึ่งจะมีผลต่อราคา
  • จากในรูป สมมุติผมเลือกชำระ 1 เดือน ค่าเช่าเดือนแรกจะอยู่ที่ $3.95 (ราคาโปร) แล้วเดือนต่อๆ ไปจะกลายเป็น $9.95
  • แต่ถ้าผมเลือกชำระทีเดียว 12 เดือน ค่าเช่า 12 เดือนแรก จะเป็น $3.95 ต่อเดือน หลังจากนั้นจะปรับเป็นราคาปกติ (ถ้าไม่รู้จะชำระกี่เดือนดี เลือกเป็น 12 เดือนไปก็ได้ครับกำลังเหมาะ)

ต่อมาคือส่วน Extra (บริการเสริม) ให้เลือกว่าจะซื้อบริการเสริมอะไรบ้าง (อ่านคำอธิบายด้านล่าง)

คำอธิบายรูปด้านบน

  • Domain Registration (ค่าจดโดเมน): ปกติรายการนี้ต้องจ่าย เว้นแต่คุณจดโดเมนจากที่อื่นมาก่อนแล้ว
  • Domain Privacy (ซ่อนข้อมูลของคุณ): ปกติข้อมูลของเจ้าของโดเมนจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ถ้าคนเอาชื่อโดเมนคุณไปค้นหาในเว็บอย่าง whois.net เค้าจะเห็นชื่อและที่อยู่คุณ แต่ถ้าคุณซื้อบริการเสริมอันนี้ ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกซ่อนไว้
  • Search Engine Submission (ทำให้ Google รู้จักเว็บเรา): บริการนี้ไม่จำเป็นครับ Google สามารถค้นหาเว็บที่พึ่งถูกสร้างใหม่ได้เอง ถึงเราไม่ทำอะไร เว็บของเราก็จะปรากฏใน Google โดยอัตโนมัติอยู่ดี แค่รอเวลาหน่อยเท่านั้น (ถึงจะไม่มีเว็บอื่นลิงก์มาหาเว็บเรา Google ก็หาเว็บคุณเจอครับ)
  • Search Engine Optimization (SEO) Audit (ซื้อบทความแนะนำวิธีปรับปรุงอันดับของเว็บใน Google ): อันนี้ไม่ต้องซื้อครับ บทความเกี่ยวกับ SEO ฟรีๆ มีเยอะไป 
  • Google SiteMap (สร้าง sitemap ให้เว็บไซต์): Sitemap คือหน้าเพจบนเว็บเราซึ่งแสดงรายละเอียดว่าเว็บไซต์เรามีหน้าเว็บกี่หน้า หน้าอะไรบ้าง อันนี้ไม่จำเป็นเลยครับ เพราะ
    1. เว็บไซต์ส่วนมากไม่มีเนื้อหาเยอะขนาดที่ต้องการ sitemap (เว็บสร้างใหม่ยิ่งแล้วใหญ่)
    2. ถ้าต้องการสร้าง sitemap จริงๆ WordPress มี plugin สร้าง sitemap ฟรีเยอะแยะ 

สรุปคือ คุณแค่ตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อ domain privacy หรือไม่ ส่วนบริการเสริมอื่นๆ ไม่ต้องซื้อครับ

ในส่วน Payment Information (ข้อมูลการชำระเงิน) ให้กรอกข้อมูลบัตรเครดิตของเราลงไป (หรือเลือกจ่ายเงินผ่าน PayPal)

พอกรอกข้อมูลเสร็จแล้ว ให้ติ๊ก “I confirm that I have read and agree to the FastComet Terms of Service” แล้วกดปุ่ม Complete Order ได้เลย 

หลังจากนั้นคุณจะได้รับ welcome email จาก FastComet ซึ่งมีข้อมูลสำหรับล็อกอินเข้า control panel เว็บคุณ (ถ้าหาไม่เจอให้ดูที่ spam folder)

วิธีติดตั้ง WordPress

พอมีเว็บโฮสติ้งและโดเมนแล้ว ก็ได้เวลาติดตั้ง WordPress (โปรแกรมสร้างเว็บไซต์อันดับหนึ่งของโลก) ขั้นตอนนี้ง่ายมาก เพราะ FastComet มีตัวช่วยพิเศษในการติดตั้ง WordPress เรียกว่า Softaculous

ก่อนอื่นให้ล็อกอินเข้าไปที่ control panel ของเว็บคุณก่อน (รายละเอียดการล็อกอินอยู่ในอีเมลจาก FastComet ครับ)

พอล็อกอินเข้าไป ให้มองหาคำว่า WordPress แล้วกดเข้าไป (อยู่ในหมวดหมู่ Apps Installer)

จากนั้นกดปุ่ม Install Now

จะมีหน้าใหม่โผล่ขึ้นมา ให้กรอกข้อมูลของเว็บ WordPress ของคุณ 

  • Choose the version to install: ปล่อยเป็นค่า default ระบบจะลงเวอร์ชันล่าสุดของ WordPress
  • Choose Protocol: เลือกว่าจะให้เว็บเราใช้ http หรือ https เนื่องจากเราต้องลง SSL certificate ก่อนถึงจะใช้ https ได้ ให้เลือก http:// ไปก่อน เดี๋ยวผมจะบอกวิธีทำให้เป็น https ทีหลัง 
  • Choose Domain: อันนี้ควรจะแสดงโดเมนของคุณไว้อยู่แล้ว
  • In Directory: ให้เว้นว่างไว้ หรือถ้ามีค่าอะไรให้ลบออก เหตุผลที่ต้องเป็นค่าว่าง เพราะสมมุติเราพิมพ์คำว่า wp ลงไป มันจะทำให้ URL ของโฮมเพจเว็บเรากลายเป็น mywebsite.com/wp แทนที่จะเป็น mywebsite.com

ส่วนต่อมาคือ Site Settings (ข้อมูลเว็บไซต์)

  • Site Name: ให้กรอกชื่อเว็บไซต์ ปกติจะนิยมกรอกชื่อโดเมน (โดยไม่ต้องมี .com หรือ .net) เช่น NoobMarketer (ไม่จำเป็นต้องคิดนาน เราสามารถเปลี่ยนค่าภายหลังผ่าน WordPress ได้ครับ)
  • Site Description: ให้ใส่คำอธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับเว็บเรา (สโลแกน) ถ้าคิดไม่ออกให้เว้นว่างไปก่อน (ตั้งค่าทีหลังได้เหมือนกัน)
  • Enable Multisite: ส่วนนี้ไม่ต้องติ๊กนะครับ บางคนสับสนว่าถ้าต้องการลงหลายเว็บไซต์จะต้องติ๊กอันนี้ ไม่เกี่ยวกันนะครับ ไม่ต้องไปยุ่งกับมัน

ส่วนต่อมา Admin Account ให้ตั้งค่าสำหรับล็อกอินเข้าเว็บไซต์ของคุณ 

  • Admin Username: ให้ตั้งชื่อ username ที่คุณจะใช้ล็อกอินเข้าเว็บไซต์ WordPress ของคุณ (แนะนำว่าอย่าตั้งเป็นคำว่า admin หรือ administrator เพราะชื่อเหล่านี้เดาง่าย ไม่ค่อยปลอดภัย)
  • Admin Password: ให้ตั้งรหัสผ่านที่จะใช้ล็อกอินเข้าเว็บไซต์
  • Admin Email: ให้กรอกอีเมลที่คุณใช้อยู่เป็นประจำ (Gmail, Yahoo, etc.) อีเมลนี้จะเอาไว้สำหรับรีเซ็ตรหัสผ่าน ในกรณีลืมรหัสผ่านเข้าเว็บ นอกจากนี้ WordPress จะส่งข้อความแจ้งเตือนต่างๆ ไปที่อีเมลนี้ด้วย (เช่น เมื่อระบบมีการอัพเดตโปรแกรม WordPress เป็นเวอร์ชันใหม่)
  • หมายเหตุ: หากไม่อยากจำ username และ password หลายชุด ใช้ username และ password เดียวกันกับ cPanel ก็ได้ครับ (อีเมลก็ควรใช้อันเดียวกับตอนสมัคร FastComet)

Settings อื่นๆ ให้ปล่อยเป็นค่า default ไปครับ ภาษาก็เลือกเป็น English ไปก่อน (เปลี่ยนภาษาทีหลังได้) ให้เลื่อนไปด้านล่างสุดแล้วกดปุ่ม Install เลย 

ระบบจะเริ่มทำการติดตั้ง WordPress ให้คุณ (ระหว่างนี้อย่าเผลอกดลิงก์ไปหน้าอื่นหรือปิดเบราเซอร์) เสร็จแล้วจะเห็นคำว่า Congratulations, the software was installed successfully

พอติดตั้งเสร็จ คุณสามารถเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์คุณได้เลยครับ (ลองพิมพ์ชื่อเว็บไซต์บนเว็บเบราว์เซอร์ดู)

หากเว็บไซต์ไม่ขึ้น ลองใช้เบราเซอร์อื่น หรือเข้าผ่านมือถือดูครับ หากใช้มือถือแล้วเข้าได้แสดงว่าปัญหาคือเบราเซอร์ตัวนั้นๆ ไม่ยอมแสดงหน้าเว็บอัพเดตล่าสุด ให้ลองเคลียร์ไฟล์แคชดูครับ

วิธีทำเว็บให้เป็น HTTPS

ตอนนี้ URL ของเว็บคุณขึ้นต้นด้วย http:// (แทนที่จะเป็น https:// ซึ่งมีความปลอดภัยสูงกว่า) และถ้าคุณใช้ Google Chrome คุณอาจจะเห็นข้อความเตือนว่า Not Secure ซึ่งหมายความว่าเว็บคุณไม่ปลอดภัย

ตัวอย่างเว็บที่ไม่ใช่ HTTPs

เพื่อความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณ ให้อัพเกรดให้เว็บไซต์คุณเป็น HTTPs ตามขั้นตอนด้านล่าง

1) ติดตั้ง SSL Certificate

เช่นเดียวกับขึ้นตอนที่แล้ว ให้ไปที่ cPanel แล้วมองหาไอคอนชื่อ Lets Encrypt™ SSL (ปกติจะอยู่ในหมวด Security)

เมื่อกดเข้าไปคุณจะเห็นหน้าต่างด้านล่าง (Issue a new certificate) ให้คลิกลิงก์ Issue เพื่อออก SSL certificate ให้เว็บไซต์คุณ

ในหน้าถัดมาให้กดปุ่ม Issue โดยไม่ต้องแก้ค่าใน settings/checkbox 

fastcomet-lets-encrypt-SSL-issue-2

เท่านี้ระบบจะทำการติดตั้ง SSL Certificate ให้เว็บคุณแล้วครับ 

2) แก้ URL เว็บไซต์ให้เป็น HTTPs

เมื่อเว็บไซต์คุณมี SSL Certificate แล้ว ให้เข้าไปที่ WordPress Dashboard (ส่วนผู้ดูแลเว็บไซต์) ของเว็บไซต์คุณ เพื่อเปลี่ยน URL ของเว็บไซต์คุณ จาก http://mysite.com เป็น https://mysite.com 

วิธีเข้า Dashboard ก็ง่ายๆ สมมุติเว็บคุณชื่อ mysite.com ให้คุณพิมพ์ mysite.com/wp-admin บนเว็บเบราว์เซอร์ แล้วล็อกอินด้วยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านจากขั้นตอนการติดตั้ง WordPress

พอเข้ามาที่ Dashboard ให้เลือกเมนู Settings >> General (เมนูด้านซ้ายมือ) 

จากนั้นให้เปลี่ยนค่า Website Address และ Site Address ให้เป็น https (ตามรูปด้านล่าง) แล้วกด Save Changes

หลังจากนั้นให้ทดสอบว่าเว็บเราเป็น https หรือยัง โดยการไปที่หน้าโฮม แล้วกดลิงก์อะไรก็ได้ในหน้านั้นดู (กดตรงชื่อเว็บด้านบนสุดก็ได้) มันจะต้อง redirect ไป URL ที่เป็น https (ตรง address bar จะเห็นรูปแม่กุญแจหรือคำว่า Secure)

หลายคนใช้วิธีทดสอบว่าเว็บเป็น https หรือยัง โดยการพิมพ์ชื่อโดเมนใน web browser แล้วดูตรง address bar เลย ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องนะครับ เพราะถ้าทำแบบนี้คุณอาจจะเห็นเป็น http เหมือนเดิม (เพราะ web browser มันจำ URL แบบเก่าไว้) วิธีทดสอบที่ถูกต้องคือคุณต้องกดลิงก์ในเว็บ แล้วดูว่ามันส่งเราไปหน้าที่เป็น https หรือไม่ครับ

ขั้นตอนที่ 3

ใส่เนื้อหาและ
ปรับแต่งเว็บไซต์

ปรับแต่งเว็บไซต์ เริ่มต้นยังไงดี

ตอนนี้เว็บไซต์คุณคงมีหน้าตาเรียบๆ และไม่มีเนื้อหาอะไรเลย แต่อย่ากังวลไปครับ วันแรกที่ผมสร้างเว็บไซต์นี้ขึ้นมา มันก็หน้าตาเรียบๆ เหมือนกันครับ คราวนี้เราก็ต้องค่อยๆ เพิ่มเนื้อหาและปรับแต่งเว็บไซต์ให้ดูดี 

หลังจากนี้คือความสนุกแล้วครับ เพราะตอนนี้ผู้อ่านจะได้เริ่มเรียนรู้การปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณแล้ว

ก่อนอื่นเลย ผู้อ่านควรทำเรียนรู้การใช้งาน WordPress ซะก่อน โดยการอ่านบทความข้างล่างครับ (หากไม่มีเวลา ลองอ่านหัวข้อผ่านๆ ก็ได้ครับ จะได้รู้ว่า WordPress ทำอะไรได้บ้าง)

หลังจากเรียนการใช้งาน WordPress แล้ว ให้หาเว็บไซต์สวยๆ ดูเป็นแรงบันดาลใจ (เลือกเว็บที่มีสไตล์เหมือนที่เราอยากได้) จะทำให้เราได้ไอเดียว่าเว็บเราควรจะมีหน้าเว็บอะไรบ้าง สร้างเมนูแบบไหน วางเลย์เอ้าท์แบบไหนดี (ถ้าคุณไม่มีเว็บตัวอย่าง คุณจะไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนเลยครับ)

หลังจากมีเว็บตัวอย่างแล้ว ผมแนะนำว่าอย่าพึ่งเสียเวลาปรับแต่งดีไซน์ แต่พยายามใส่เนื้อหาให้มากที่สุดก่อน (สร้างหน้าเว็บที่จำเป็นให้หมด) 

เหตุผลที่คุณควรใส่เนื้อหาประมาณนึงก่อน เพราะถ้าคุณพยายามปรับแก้ดีไซน์ตอนที่เว็บคุณยังโล่งๆ ไม่มีเนื้อหา มันจะทำได้ยากครับ คุณจะมีอาการ งงๆ ไม่รู้จะปรับจะแก้ตรงไหนดี (เชื่อผม ผมลองมาแล้ว) 

สรุปสิ่งที่ต้องทำนะครับ

  • เรียนรู้วิธีใช้งาน WordPress (ลองใช้งานไปเรื่อยๆ ครับ เดี๋ยวก็คล่องเอง)
  • หาเว็บไซต์ตัวอย่าง (เว็บประเภทเดียวกับที่คุณอยากทำ)
  • ใส่เนื้อหาให้เว็บ (สร้างเว็บเพจ, สร้างเมนู)
  • หาธีมที่ชอบ
  • ลองแก้ไขปรับแต่งดีไซน์เว็บ (ใส่โลโก้, เปลี่ยนเลย์เอ้าท์, ฯลฯ)

วิธีสร้างหน้าเว็บแบบมืออาชีพ

หลังจากที่คุณเพิ่มเนื้อหาและปรับแต่งเว็บไซต์จนน่าพอใจระดับหนึ่งแล้ว คุณอาจอยากทำให้หน้าเว็บบางหน้า เช่นโฮมเพจ หรือหน้าสินค้า ดู “หรูหรา” เหมือนถูกออกแบบด้วยมืออาชีพ

ข่าวดีคือ คุณสามารถสร้างหน้าเว็บสวยๆ ได้ด้วยตัวคุณเองครับ โดยการใช้ปลั๊กอินที่ชื่อว่า Elementor ซึ่งเป็นปลั๊กอินที่จะช่วยให้คุณออกแบบเว็บเพจสวยๆ ได้ครับ

อย่างด้านล่างเป็นรูปโฮมเพจของเว็บไซต์หนึ่งของผม ซึ่งออกแบบด้วย Elementor

อ้อ จริงๆ แล้ว หน้าเว็บที่คุณกำลังอ่านอยู่ก็ถูกสร้างด้วย Elementor เช่นกันครับ 🙂

คุณสามารถเรียนรู้การใช้งานปลั๊กอินตัวนี้ ได้จากบทความด้านล่างครับ

เท่านี้คุณก็จะมีเว็บไซต์สวยๆ แล้วครับ 🙂

เครื่องมือสร้างเว็บเพิ่มเติม

ด้านล่างคือเครื่องมืออื่นๆ ที่ผู้อ่านอาจต้องใช้นะครับ

เว็บแจกรูปฟรีสำหรับประกอบเว็บไซต์

เว็บพวกนี้ผมตรวจสอบแล้ว สามารถโหลดรูปไปใช้ได้ ทั้งส่วนตัวและเชิงพานิชย์ ไม่ต้องให้เครดิต ไม่ผิดลิขสิทธิ์ครับ

ตัวอย่างรูปภาพ

เว็บออกแบบโลโก้ฟรี

จากการทดลองใช้เว็บออกแบบโลโก้หลายๆ ที่ เว็บทำโลโก้ฟรีที่ผมแนะนำคือ Canva.com เพราะมีโลโก้และไอคอนสำเร็จรูปฟรี ให้เลือกใช้ได้เยอะ แถมดาวน์โหลดโลโก้ที่สร้างได้ง่ายๆ (บางเว็บกว่าจะโหลดได้ เงื่อนไขขั้นตอนเยอะมาก)

ตัวอย่างโลโก้ที่ผมลองสร้างกับ Canva

จบแล้วครับสำหรับการสร้างเว็บไซต์ หากมีคำถาม สามารถติดต่อผมได้เลยครับ (หรือคอมเมนต์ด้านล่างก็ได้)

80 thoughts on “วิธีการสร้างเว็บไซต์ (อธิบายทุกขั้นตอนอย่างละเอียด)”

    • การสร้างเว็บเราสามารถทำบนมือถือได้ครับ (ผมเองบางครั้งก็ปรับแต่งเว็บผ่านมือถือเหมือนกัน) แต่แค่จะไม่สะดวกเท่ากับทำผ่านคอมเท่านั้นเอง

  1. ติดตั้ง SSL Certificate เรียบร้อยแล้วค่ะ แต่ว่า แก้ URL เว็บไซต์ให้เป็น HTTPs ใน WordPress ไม่เจอค่ะ
    เข้าไปที่ Settings >> General แล้ว แต่ไม่มี ช่องใส่ Website Address และ Site Address นะค่ะ

    • แปลกจังครับ หาดูดีๆ รึยังครับ Website Address และ Site Address คือช่องที่ 3 และ 4 ตามลำดับ (อยู่เกือบบนสุดเลย)
      แต่ไม่มีจริงๆ ลองเข้าไปที่เมนู Settings >> General อีกครั้งแล้วส่ง screenshot มาให้ผมดูก็ได้ครับที่ contact@noobmarketer.com

    • สอบถามคะ .. มือใหม และต้องการที่จะเรียนรู้ทำwebsite ด้วยตัวเอง ดังนี้
      1. โปรแกรม wordpress ถ้าจะใช้ชื่อwebsite แบบภาษาไทย เช่น http://www.เราไม่ทิ้งกัน.com อะไร ประมาณนี้ได้ไหม หรือ ต้องชื่ออังกฤษเท่านั้น?
      2. ถ้าใช้ชื่อ website ภาษาไทย และต้องการจะให้website เราดูดี มีคุณภาพ ต้องใช้ .com , .co.th หรือ .org คะ
      3. ในการทำwebsite เองนี้ อันดับแรกเลย เราต้องไปหาเช่า host และ จดโดเมน ก่อน หรือ ทำwebsite ไปก่อน ค่อยไปหา host และ จดโดเมน ทีหลัง ?
      4. เมื่อเราทำ website เสร็จ … เรา หรือ host จะเป็นคน public เว็บไซต์ (อันนี้ไม่รู้จริงๆ) หรือในโปรแกรม wordpress มีคำสั่งนี้อยู่แล้ว?

      ขอบคุณมากคะ 😊🙂

      • 1) ทำได้ครับ เวลาจดโดเมนเราก็แค่พิมพ์ชื่อไทยที่เราต้องการลงไป แต่ไม่แนะนำครับ เพราะเวลาเรา copy ชื่อเว็บไซต์มาวางใน document อย่าง Microsoft Word มันจะเปลี่ยนเป็นแบบนี้ครับ > xn--12cl1ck0bl6hdu9iyb9bp.com (แต่พอเอากลับไปพิมพ์บน web browser มันจะกลับไปเป็นคำภาษาไทยเหมือนเดิม)
        2) ใช้ .com ดีที่สุดครับ ส่วน .co.th ไม่ใช่ว่าใครอยากจะจดก็จดได้ครับ ต้องมีหนังสือรับรองบริษัท
        3) ปกติเราต้องเช่าโฮสและจดโดเมนก่อนครับ
        4) เป็นหน้าที่ของ host ครับ และไม่ต้องใช้คำสั่งอะไรเลยครับ แค่สมัครโฮสและลง WordPress เท่านี้เว็บเรามันก็เข้าได้จากทั่วโลกแล้วครับ

    • เป็น WordPress จาก WordPress.org ครับ ผมไม่แนะนำให้ใช้ WordPress.com เด็ดขาดเพราะเป็นเว็บโฮสติ้งที่แย่มาก ถ้าไม่ใช้ plan ที่แพงที่สุด จะมีข้อจำกัดเยอะมาก (หลักๆ คือ อัพโหลดธีมไม่ได้ ลงปลั๊กอันไม่ได้) ในขณะที่เว็บโฮสติ้งรายอื่นทั่วไป แต่ให้เราใช้ plan ถูกสุดก็สามารถลงอะไรต่างๆ ได้หมด

  2. ขอชมเชยอย่างมากเลยค่ะเป็นคนละเอียดและขยันที่จะเขียนบอกให้คนสนใจอยากทำได้หัดทำ พี่อยากหัดทำเหมือนกันแต่คงต้องใช้เวลามากมายกว่าจะสำเร็จ พี่จะพยายามศึกษาค่อย ๆ ลองทำดู ว่าแต่เว็ปออกแบบโลโก้นี่เราต้องกรอกข้อมูลบัตรแล้วเราจะได้ทดลองใช้ 14 วันแล้วต่อไปเขาจะหักเงินเราอัตโนมัตเลยใช่มั้ยคะ

  3. อันนี้ใส่ข้อมูลในเว็บได้เยอะไหมคะ ถ้าเราจะใส่ข้อมูลไปเพิ่มเรื่อยๆเว็บจะหนัก จะมีปัญหาอะไรไหมคะ

    • WordPress ออกแบบมาให้รองรับข้อมูลจำนวนมากได้อยู่แล้วครับ เว็บใหญ่ๆ ที่มีเนื้อหาเป็นพันๆ หน้าก็ใช้ WordPress กันได้อย่างไม่มีปัญหา อย่างเว็บของผมเว็บหนึ่งมีอีเมล subscribers ประมาณแสนห้าหมื่นอีเมล ก็ยังไม่มีปัญหาเลยครับ

  4. การสร้าง web รับสมัครงานวิ่งแบ่งเป็นระยะ ควรใช้ plug-in แบบไหนครับ และการจัดการข้อมูลหลังบ้าน เช่นตัด stock เสื้อ แยกชนิดการวิ่ง ใช้โปรแกรมอะไรอ่ะครับ
    ขอบคุณมากครับ มือใหม่เริ่มเรียนครับ

    • คือ WordPress เนี่ยจะมีแต่ปลั๊กอินที่คนจำนวนมากนิยมใช้ (อย่างเช่นระบบตะกร้าสินค้า) แต่จะไม่ค่อยมีปลั๊กอินเฉพาะทางแบบนั้นครับ

      ถ้าต้องการสร้าง website เฉพาะทางมากๆ แบบนี้ คุณต้องจ้าง web developer มาทำ website ให้ครับ

      ซึ่งก่อนจะจ้างกันก็ต้องมีการคุยรายละเอียด (ฟีเจอร์ที่ต้องการ, งบประมาณ, ระยะเวลา) จากนั้น web developer เค้าจะเสนอแนวทางว่าจะทำ website ด้วยวิธีไหน จะมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

      เค้าอาจจะสร้าง website ด้วยโปรแกรม WordPress (หรือ Drupal) ขึ้นมาก่อน แล้วเขียนโค้ดหรือปลั๊กอินเพิ่มเติมให้มีฟังก์ชันการทำงานตามต้องการ หรือเค้าอาจจะเขียนเว็บใหม่หมดจากศูนย์เลยก็ได้

      คุณสามารถหา web developer ตาม website พวกนี้ได้ครับ

    • ไม่ทราบว่ายังเจอปัญหานี้อยู่ไหมครับ เมื่อครู่ผมลองเข้าเว็บไซต์แล้วพิมพ์ตัวเลขลงช่อง cvv ดู ก็พิมพ์ได้ไม่เป็นภาษาต่างดาวนะครับ

  5. ขอบพระคุณมากๆ ค่ะ
    ตอนนี้กำลังจะเริ่มทำเว็บไซต์อย่างจริงๆ มาเจอบทความนี้ ตอบทุกคำถามในใจตอนนี้เเล้วค่ะ

    ^^”
    Thank you

  6. ขอบคุณมากๆ คับ ข้อมูลละเอียดมีประโยชน์มากคับ ผมทำตามทุกขั้นตอนจนมี domain และ install wordpress เรียบร้อยแล้วคับ ต่อไปคงเริ่มจัดการทำเวป ผมขอโทษรบกวนสอบถามเพิ่มคับ เราจะสร้างอีเมล์ภายใต้เว็บไซต์ของเราเอง (เช่น contact@noobmarketer.com) ได้อย่างไรคับผม? และเรามีเมล์แล้ว เราใช้ตัวไหนคอยดูเมล์คับ
    ขอบคุณมากๆคับ

  7. สวัสดีครับ เมื่อผมติดตั้ง wordpress เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมอยากทราบว่า เราจะสามารถใช้โปรแกรม wordpress กับเครื่องอื่นๆ ได้หรือไม่ครับ หรือว่าเครื่องคอมทุกเครื่องต้องลง wordpress ทุกเครื่องก่อน เราจึงจะสามารถใช้ wordpress ได้ครับ ขอบคุณมากๆครับ

    • พอลง WordPress บนเว็บโฮสติ้งแล้ว เราสามารถเข้าไปใช้งาน WordPress ที่คอมเครื่องใดก็ได้ครับ โดยไม่ต้องลองโปรแกรมใดๆ เพื่มเติม เราสามารถใช้ web browser ล็อกอินเข้า URL ของ WordPress dashboard ของเรา (mywebsite.com/wp-admin) เพื่่อเข้าไปจัดการเว็บเราได้เลย

  8. มีประโยชน์มากๆ เลยครับ
    อธิบายละเอียดดีมากๆ สามารถนำไปใช้ได้จริง
    ขอบคุณมากๆเลยครับ

  9. The following errors occurred:
    The credit card details you entered were declined. Please try a different card or contact support.

    *บัตรถูกปฎิเสธครับ ทำยังไงดี ใช้บัตรเดบิตไม่ได้หรอครับ ผมใช้ทั้ง SCB (จะเป็น MasterCard) และ กสิกร (VISA)
    ไม่ผ่านทั้ง 2 ใบเลยครับ

    • แนะนำว่าให้ติดต่อ FastComet ดูครับ โดยไปที่เว็บไซต์ FastComet ถ้าขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่อยู่ คุณสามารถ chat คุยกับเขาได้ทันทีเลย หรือไม่ก็ฝากข้อความทิ้งไว้ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะติดต่อให้ความช่วยเหลือเองครับผม

  10. ขอบพระคุณอย่างสูง ที่ให้ความรู้อย่างละเอียด เป็นขั้นเป็นตอน ได้อ่านและศึกษาดูแล้วเชื่อว่าคนที่ไม่มีพื้นฐานและความรู้ด้าน IT เลยน่าจะคลำๆทำตามจนสำเร็จได้ หากมีข้อติดขัดก็ต้องรบกวนคำชี้แนะจากท่าน
    ขอขอบพระคุณที่ท่านได้แบ่งปันความรู้อันเป็นประโยชน์ยิ่งครับ

  11. ละเอียดจริงชัดเจนดี เดี๋ยวจะลองทำตามดูนะคะ คิดว่าน่าจะทำได้เพราะอธิบายเข้าใจง่าย อยากมีweb site ของตัวเองไว้โชว์เพื่อนๆ ญาติๆ นานแล้ว สมัครโดเมนกับGoogle ไว้ตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จสักที บางหัวข้อก็เพิ่งจะทราบและเข้าใจ จากบทความนี้ ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากๆ ที่ทำให้เช้านี้ตื่นมามีแรงฮึดจะสร้างwebของตัวเองอีกครั้ง

  12. อาจารย์คะ ขอบคุณค่ะ พี่มีบทความดีๆ ให้ความรู้แก่พวกเรา ปีใหม่นี้ (ค.ศ.2020) ขอให้อาจารย์มีสุขภาพแข็งแรงทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจนะคะ

  13. เป็นมือใหม่แบบ 0 เลยค่ะ หัดทำตามบทความของอาจารย์ทีละขั้นตอน อธิบายได้ละเอียดและเข้าใจง่ายมากเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ วันนี้เพิ่งสมัครเสร็จ ถ้าเว็บมีความคืบหน้าแล้วจะมาอัพเดทหรือขอคำแนะนำเพิ่มเติมนะคะ ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ

  14. กำลังปั้นอยู่เลยค่ะ ตอนแรกลองใช้ free theme + woocommerce ปรากฎว่าติดปัญหาบางอย่าง ตอนนี้เลยซื้อ theme ของ flatsome มาสร้างเว็บดูค่ะ อาจารย์พอจะถนัดในตัวนี้ไหมคะ หากมีข้อสงสัยจะได้มาขอคำปรึกษาเพิ่มเติมจากอาจารย์ได้อีกครั้งหนึ่งค่ะ

  15. สามารถสร้างตลาดออนไลน์เพื่อให้คนมาเช่าพื้นที่ขายของที่คล้ายๆกับLazada ,Shoppe ฯลฯ ได้ไหมครับ ถ้าได้รบกวนอาจารย์ช่วยสอนวิธีทำด้วยนะครับ ขอบคุณไว้ล่วงหน้าด้วยนะครับ

    • ผมเองก็ไม่เคยทำเหมือนกันครับ แต่ลองหาข้อมูลพบว่าทำได้ครับ คือใช้ปลั๊กอินชื่อ WC Vendors Marketplace มีคนทำ tutorial สอนด้วยครับแต่เป็นภาษาอังกฤษ ลองเข้าไปอ่านดูครับ

  16. ผมสมัคร ตัดจ่ายบัตรเครดิตแล้ว หน้าเว็บ ก็หายไปเลยคับ อีเมลล์ก็ยังไม่มีอะไรเข้ามาคับ

  17. ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับ ผมยังไม่ได้ทดลองทำ แต่ผมรุ้สึกประทับใจกับความรู้ที่คุณมอบให้ทุกคนที่เขาเข้ามาอ่านรวมทั้งตัวผมด้วยแบบบอกไม่ถูก น้ำตาจิไหล

  18. ผมว่าจะทำเว็บไซต์ดูหนังออนไลน์ครับ ถ้านำเนื้อหาในบทความนี้ไปปรับแก้อะไรนิดหน่อยจะช้ได้ไหมครับ 2.มันมีปลั๊กอินที่ทำให้วิดีโอเล่นผ่านเว็บไซต์ได้เลยไหมครับ ถ้ามีต้องใช้ตังไหนดีครับ

    • ทำเว็บเสร็จเร็วมากเลยครับ (คุณมือใหม่จริงหรอเนี่ย)
      หมายถึงหาเว็บตัวเองใน Google ไม่เจอใช่ไหมครับ อันนี้ไม่ต้องทำอะไรครับ เดี๋ยวมันจะถูกจัดเก็บใน Google เองครับ

  19. ขอบคุณครับ มีประโยชน์มาก อ่านง่ายเข้าใจง่ายมาก
    ***สอบถามเพิ่มเติม*** หากเราสร้างเวปบน WordPress แบบทดลองไม่เสียค่าใช้จ่าย
    เสร็จแล้ว เราค่อยไปเช่าโดเมนเนม และโฮสติ้ง โดยนำเวปที่เราสร้างไปใช้เลยได้ไหมครับ
    หรือต้องทำหลังจากเช่าโดเมนเนม และโฮสติ้งอย่างเดียว ถึงจะสร้างเวปไซต์ และนำไปใช้งานได้จริง
    ขอบคุณครับ

    • ลองใช้ก่อนได้ครับ อ่านวิธีการในบทความด้านล่างเลยครับ
      https://noobmarketer.com/install-wordpress-localhost/

      หลังจากลองปรับแต่งเว็บบนเครื่องตนเอง ถ้าอยากอัพเว็บขึ้นโฮสติ้งจริง (จะได้ไม่ต้องสร้างเว็บใหม่) ก็ทำได้ครับ วิธีที่ง่ายที่สุดคือติดต่อ support ให้เค้าจัดการให้ครับ เดี่ยวเค้าดำเนินการให้เอง

  20. ขอบคุณมากครับ มีประโยชน์มากๆครับ
    สอบถามเพิ่มเติมครับ
    กรณีจะลงโฆษณาต่างๆ สามารถ add เนื้อหาเข้าไปในเวปได้เลยไหมครับ
    ขอบคุณครับ

    • ทำได้ไม่มีปัญหาครับ ปัจจุบันมี plugins มากมายสำหรับแสดงโฆษณาบนเว็บเราครับ ลงค้นหาคำว่า WordPress Plugins For Ad Placements แล้วลองใช้งานแต่ละอันดูว่าอันไหนตอบโจทย์เราครับ

  21. ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยแชร์ความรู้ดีๆ อยากถามว่าถ้าการใช้งานเน้นกลุ่มลูกค้าทางยุโรป เว็บโฮสติ้ง Fast comet ยังใช้ได้ดีไม่คะ และในส่วนของการสร้างเว็บ เราสามารถทำปุ่มปรับหลายภาษาได้ใหม่คะ

    • ใช้ได้ดีครับ เพราะที่นี้เค้ามี datacenter รองรับทุกทวีป เวลาเลือก datacenter (สถานที่ของเว็บโฮสเรา) ควรเลือกประเทศในยุโรป เช่น London, Amsterdam, หรือ Frankfurt จะทำให้เว็บไซต์โหลดเร็วขึ้นสำหรับผู้เยี่ยมชมในยุโรปครับ

      ส่วนเรื่องทำปุ่มเปลี่ยนภาษา ก็สามารถทำได้ครับ ลองค้นหาคำว่า “how to create multilingual WordPress website” ใน Google ดูครับ

  22. Thank you for your good information, I would like to ask you some favor questions. Now I am living in Laos, but sometime I live in Malaysia and Thailand for my business. So can I create website in Laos or Malaysia? or do I need to create website while I stay in Thailand? but can I use the website in Laos or Malaysia or anywhere in worldwide?

    Best regards,
    Phayboune

  23. ผมใช้ FastComet ติดตั้ง SSL Certificate ได้แล้ว แต่ ไม่สามารถแก้ URL เว็บไซด์ ให้เป็น HTTPs ได้
    ตอนนี้ ใช้ WP 5.4.1 อยู่ครับ
    ขอบคุณครับ

    • จริงๆ มันเปลี่ยนเป็น https เรียบร้อยแล้วครับ (ผมเช็คดูแล้ว ลิงก์ต่างๆ ในเว็บคุณเป็น https หมดแล้ว) แต่คือคุณสามารถเข้าได้ทั้ง http และ https ครับ ทีนี้ history ใน web browser ของคุณมันน่าจะจำ URL ที่เป็น http เฉยๆ เอาไว้ เวลาพิมพ์ชื่อเว็บมันเลยเข้า http ครับ

  24. ข้อมูลเป็นปะโยชน์อย่างมากเลยค่ะ ขอบคุณมากๆเลยค้าาา หนูมีข้อสงสัยค่ะ ถ้าสมมติว่า ต้องการสร้างเว็ปแต่ว่าให้อยู่ระยะเวลา เพียง 1 ปี แล้วไม่ทำต่อ คือยังงี้ได้ไหมค่ะจะเสียเงินอยู่ไหมค่ะ

    • ก็จะเสียเงินแค่ปีเดียวครับ ก่อนครบปีก็ไปยกเลิกเว็บโฮสติ้งกับโดเมน แค่นี้ปีต่อไปก็ไม่เสียเงินแล้วครับ (แต่แน่นอนว่าเว็บก็จะหายไปด้วย)

  25. สวัสดีค่ะ พอดีติดตามbloggerคนนึงในไอจีอยู่ค่ะ แล้วเขามีเวปไซต์ด้วย รู้สึกชอบรูปแบบของเวปเขา แต่ไม่ทราบว่าเขาใช้โฮสติ้งของอะไร รบกวนช่วยดูให้หน่อยได้ไหมคะ ขอบคุณค่ะ

    • เว็บที่ว่าคือเว็บ oneoceanaway ใช่ไหมครับ ต้องบอกก่อนว่าเว็บโฮสติ้งไม่ได้เป็นตัวกำหนดดีไซน์ของเว็บไซต์นะครับ แต่เป็นธีม WordPress ต่างหาก เพราะฉะนั้นถ้าคุณอยากได้ดีไซน์คล้ายกันก็ต้องใช้ธีมเดียวกันครับ (ส่วนเว็บโฮสใช้ที่ไหนก็ได้) โดยเว็บดังกล่าวใช้ธีมชื่อ Ashe Theme by WP Royal (ผมรู้ได้โดยการเลื่อนไปด้านล่างสุดของเว็บ มันมีเขียนบอกไว้ครับ)

  26. จาก wordpress สามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลพวก Mysql ได้ไหมและสามารถเขียนโปรแกรมคำนวนเพิ่มต่างหากได้ไหม

    • WordPress มีการใช้ฐานข้อมูล Mysql (ถูกสร้างตอนติดตั้ง WordPress) โดยถ้าคุณอยากสร้างตารางเพิ่มในฐานข้อมูลดังกล่าว (สำหรับโปรแกรมคุณ) คุณก็ต้องสร้างปลั๊กอิน WordPress ขึ้นมา และก็จัดการฐานข้อมูลผ่าน API ของ WordPress

  27. ขอบคุณสำหรับบทความชั้นครู ที่มอบเป็นวิทยาทานให้กับคนไทยสามารถเข้าถึงได้และก้าวหน้าไปด้วยกันครับ

    • ได้ครับ เวลาจดโดเมนเราก็แค่พิมพ์ชื่อไทยที่เราต้องการลงไป แต่ไม่แนะนำครับ เพราะเวลาเรา copy ชื่อเว็บไซต์มาวางในโพสต์เฟซบ๊คหรือเอกสาร Word โดเมนมันจะเปลี่ยนเป็นตัวอักษรมั่วๆ แบบนี้ครับ xn12cl1ck0bl6hdu.com (แต่พอเอากลับไปพิมพ์บน web browser มันจะกลับไปเป็นคำภาษาไทยเหมือนเดิม)

Leave a Comment