คู่มือใช้งาน FastComet

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อความสะดวกสำหรับผู้ใช้งานเว็บโฮส FastComet ซึ่งเป็นเว็บโฮสที่ผมแนะนำและใช้งานเองด้วย (บทความนี้สั้นๆ ง่ายๆ ครับ ไม่มีอะไรซับซ้อน)

โดยจะเน้นเนื้อหาสำคัญสามอย่าง

  • บัญชีประเภทต่างๆ ของ FastComet
  • วิธีติดต่อ customer support
  • วิธีการยกเลิกบริการ / ขอคืนเงิน

หากหน้านี้ไม่มีข้อมูลที่คุณต้องการ สามารถติดต่อสอบถามผมได้ผ่านหน้านี้ครับ

ความแตกต่างของบัญชี 3 อย่าง

หลักจากที่คุณเช่าโฮสติ้ง FastComet และติดตั้ง WordPress แล้ว คุณจะมีบัญชี 3 อันครับ

  1. Client Area เอาไว้จัดการบัญชี FastComet
  2. cPanel เอาไว้จัดการเว็บโฮสติ้ง
  3. WordPress Dashboard สำหรับจัดการเว็บไซต์ของเรา

อาจจะดูเยอะ แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะสับสนครับ บัญชีเหล่านี้มีจุดประสงค์ต่างกัน ตามนี้ครับ

Client Area

คุณสามารถเข้า Client Area (ส่วนของลูกค้า) ได้โดยไปที่เว็บ FastComet.com แล้วกดปุ่ม Client Area ตรงเมนูด้านบน หรือคลิกที่ลิงก์นี้ my.fastcomet.com แล้วล็อกอินโดยกรอก email กับรหัสผ่าน ที่คุณระบุไว้ตอนที่สมัครโฮสติ้ง

ใน Client Area คุณจะเห็นเมนูด้านซ้าย หลักๆ คือเอาไว้ทำสิ่งต่อไปนี้ครับ

  • Products: Upgrade หรือ downgrade แพ็คเกจ, ยกเลิกบริการ
  • Domains: จดโดเมนเพิ่ม, แก้ไข settings โดเมน
  • Billing: ชำระเงิน, อัพเดตข้อมูลบัตรเครดิต
  • Support: ติดต่อ customer support

cPanel

cPanel เอาไว้จัดการเว็บโฮสติ้งที่เราเช่าอยู่ โดยหลักๆ เอาไว้ทำสิ่งต่อไปนี้ครับ

  • ติดตั้ง WordPress
  • แบ็คอัพไฟล์ของเว็บไซต์, ดาวน์โหลดไฟล์เว็บไซต์มาไว้ที่คอมพิวเตอร์เรา
  • สร้างอีเมลภายใต้โดเมน เช่น contact@websitename.com

โดยคุณสามารถเข้า cPanel ได้โดยล็อกอินเข้า Client Area เลือก Products >> My Products แล้วกดปุ่มตามรูปด้านล่าง แล้วก็กรอก password อันเดียวกับของ Client Area เพื่อเข้า cPanel ได้เลยครับ

WordPress (Dashboard)

บัญชีอันนี้เราจะล็อกอินเข้าไปใช้งานบ่อยสุดครับ เพราะมันเอาไว้จัดการเนื้อหาทั้งหมดของเว็บไซต์คุณ เช่น

  • สร้างหน้าเว็บใหม่, แก้ไขหน้าเว็บ
  • จัดการเมนู
  • จัดการธีม (ดีไซต์เว็บ) และปลั๊กอิน
  • แก้ไข settings ต่างๆ ของเว็บไซต์เรา เช่น ภาษา
  • อัพโหลดหรือลบรูปภาพ

วิธีเข้า Dashboard ก็ให้พิมพ์โดเมนของคุณ ตามด้วย /wp-admin (ใน web browser) เช่นแบบนี้ครับ

mywebsite.com/wp-admin

Customer Support ช่วยอะไรเราได้บ้าง

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า customer support ช่วยเหลือเราไม่ได้ทุกอย่างครับ (มันมีขอบเขตอยู่ เป็นเหมือนกันทุกเว็บโฮสครับ)

สิ่งที่ support ทำให้ไม่ได้ ก็คือการแก้ไขเนื้อหาและรูปลักษณ์ทั้งหมดของเว็บเราครับ เช่น ทำให้ตัวหนังสือใหญ่ขึ้น, ย้ายตำแหน่งเมนู, เปลี่ยนสีพื้นหลัง พวกนี้เป็นหน้าที่คุณต้องทำเอง หรือจ้างฟรีแลนซ์มาทำให้ครับ

แต่ปัญหาอย่างอื่นคุณขอความช่วยเหลือจาก support ได้เกือบทั้งหมดครับ เช่น

  • ติดตั้ง WordPress อันนี้เค้าทำให้ได้สบายมาก เพียงแต่คุณต้องให้ข้อมูลที่จำเป็นในการเซ็ตอัพ เช่น username และ password ที่คุณต้องการใช้เข้า Dashboard
  • อัพเกรดเว็บจาก http ให้เป็น https (ติดตั้ง SSL certificate)
  • เว็บไซต์ล่ม
  • เว็บโหลดช้าทั้งๆ ที่ไม่ได้มีการติดตั้งปลั๊กอินหรืออะไรซับซ้อน
  • สอบถามเรื่องต่างๆ

วิธีติดต่อ Customer Support

ในการติดต่อ support นั้น หากคุณพิมพ์ภาษาอังกฤษไม่ได้ สามารถติดต่อให้ผมเขียนข้อความให้ได้ครับ

ล็อกอินเข้าไปที่ Client Area (กดลิงก์ได้เลยครับ จะเปิดในหน้าต่างใหม่)

จากนั้นดูที่เมนูด้านซ้าย เลือก Support แล้วก็ Submit ticket

ผมไม่รู้ว่าทำไมเค้าใช้คำว่า ticket รู้แค่ว่าถ้าต้องติดต่อหรือขอความช่วยเหลือเราต้อง “เปิด ticket” (ถ้าต้องการติดต่อหลายเรื่องก็ให้เปิด ticket แยกกันเพื่อไม่ให้สับสน)

จากนั้นให้เลือกว่าจะติดต่อหน่วยงาน (department) อะไร อันนี้ไม่ต้องคิดนานครับ ต่อให้เลือกผิด เดี๋ยวเค้าย้าย ticket ไปหน่วยงานที่ถูกต้องให้เอง ปกติถ้าผมไม่รู้จะเลือกอันไหนผมก็เลือก General support (ทั่วไป)

จากนั้นก็พิมพ์รายละเอียด (มีคำอธิบายด้านล่าง)

  • Subject พิมพ์หัวข้อ อาจจะพิมพ์ว่า Need help เฉยๆ ก็ได้
  • Related Service เลือกแพ็คเกจที่เราใช้อยู่ (ปกติจะมีตัวเลือกเดียวอยู่แล้ว)
  • Message พิมพ์รายละเอียด
  • Attachments ถ้ามีรูปประกอบก็กด Choose File แล้วก็เลือกรูป แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร

จากนั้นกด Submit ก็เป็นอันเสร็จ ปกติแล้วจะมีเจ้าหน้าที่มาตอบภายในไม่เกินหนึ่งชั่วโมง พอมีคนมาตอบ คุณจะได้รับอีเมลแจ้งเตือน ก็ให้กดลิงก์ในอีเมลเพื่ออ่านคำตอบได้เลยครับ (หรือเข้า Client Area >> Support >> My tickets ก็ได้เหมือนกัน) ในบางกรณีเจ้าหน้าที่อาจต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ก็บอกเค้าไปครับ

วิธีให้ support ติดตั้ง WordPress ให้

สมมุติคุณจ่ายเงินสมัครโฮสติ้งแล้ว แต่ไม่อยากยุ่งยากลง WordPress เอง คุณสามารถให้ support ทำให้ได้ครับ

โดยคุณเปิด ticket แล้วก๊อบข้อความด้านล่างได้เลยครับ (ข้อความดังกล่าวบอกให้ support ติดตั้ง WordPress และทำเว็บไซต์ให้มีความปลอดภัย โดยการลง SSL certificate)

Hello. I've just purchase a hosting package from FastComet. 

Could you install WordPress on my domain for me?

Here are the settings you'll need during the installation:
Domain: [your-domain.com]
Admin email address: [email address]
Admin username: [username]
Admin password: [password]

Please also install a free SSL certificate (Lets Encrypt) so that the site is HTTPS. You can leave other settings by default or enter any value you want. I can change them afterwards via WordPress Dashboard. 

Let me know if you have other information. Thank you.

ก่อนส่งให้แก้ค่าที่อยู่ใน [ ____ ] เป็นค่าที่ต้องการด้วยครับ

  • Domain ก็คือโดเมนที่คุณระบุไว้ในตอนสมัคร
  • Admin email address ระบุอีเมลที่คุณใช้อยู่เป็นประจำ (Gmail, Yahoo, etc.) อีเมลนี้จะเอาไว้สำหรับรีเซ็ตรหัสผ่าน ในกรณีลืมรหัสผ่านเข้าเว็บ นอกจากนี้ WordPress จะส่งข้อความแจ้งเตือนต่างๆ ไปที่อีเมลนี้ด้วย (เช่น เมื่อระบบมีการอัพเดตโปรแกรม WordPress เป็นเวอร์ชันใหม่)
  • Admin username และ Admin password คุณกำหนดเองเลย (สำหรับล็อกอินเข้า WordPress Dashboard)

วิธีการขอคืนเงิน / ยกเลิกบริการ

ถ้าวันนึงคุณไม่อยากทำเว็บต่อแล้ว คุณสามารถขอยกเลิกบริการได้ง่ายๆ พอครบรอบบิลบัตรเครดิตคุณจะไม่ถูกตัด และเว็บคุณก็จะถูกปิดไปเอง

โดยถ้าคุณยกเลิกบริการภายใน 45 วัน FastComet จะคืน “ค่าโฮสติ้ง” ให้ครับ แต่ค่าใช้จ่ายที่จะไม่ได้คืนคือค่าโดเมน เพราะโดเมนเนี่ย พอคุณจดทะเบียนแล้ว คุณจะได้สิทธิ์ในโดเมนนั้นหนึ่งปีเต็ม มันเลยเป็นค่าใช้จ่ายที่คืนเงินไม่ได้ ไม่ว่าบริษัทไหนก็เป็นแบบนี้ครับ

สรุปคือ สมมุติคุณจ่ายรวม $75 เป็นค่าโฮสติ้ง $60 ค่าโดเมน $15 คุณจะได้เงินคืน $60 นะครับ

วิธียกเลิกก็แสนง่ายดาย ให้คุณล็อกอินเข้า Client Area แล้วเลือกเมนู Products >> My Products จากนั้นกด View Details และกด Request Cancellation ตามรูปด้านล่าง

คุณจะโผล่ไปหน้า Account Cancellation Request ตามรูปด้านล่าง หน้านี้จะบอกว่าคุณมีสิทธิ์ได้รับเงินคืนหรือไม่ อย่างในรูปตัวอย่างคือเกิน 45 วันแล้ว ตรง Refund Status Account เลยขึ้นเป็นคำว่า is not eligible for a refund. (ถ้ายังไม่เกิน 45 วัน จะขึ้นเป็น is eligible for a refund)

ตรง Cancellation Type แนะนำว่าถ้าคุณมีสิทธิ์ได้รับ refund ให้เลือก Immediate (ทันที) บริการจะถูกยกเลิกทันที และเงิน refund จะเข้าบัญชีคุณเอง (แต่ใช้เวลาเท่าไหร่ผมไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ไม่น่าเกินเจ็ดวัน)

แต่ถ้าคุณหมดสิทธิ์ refund แล้วจะเลือกเป็น End of Billing Period ก็ได้ เว็บของคุณจะยังไม่ถูกปิดจนกว่าจะครบรอบบิล เพราะงั้นระหว่างนี้ถ้าคุณเกิดเปลี่ยนใจก็ยังสามารถเปิดใช้งานอีกครั้งได้ แต่ถ้ามั่นใจว่าจะไม่เอาเว็บแล้วจริงๆ จะเลือกเป็น Immediate ไปเลยก็ได้ครับ

ส่วนช่อง Briefly Describe your reason for Cancellation ไม่ต้องเขียนก็ได้