วิธีซื้อภาพ Shutterstock (ราคา, ซื้อภาพเดียว, เงื่อนไข)

ถ้าคุณกำลังจะซื้อรูปจาก Shutterstock มาอ่านบทความนี้ก่อนครับ

บทความนี้จะอธิบายประเด็นเหล่านี้ (กดลิงก์เพื่อกระโดดไปอ่านหัวข้อนั้นๆ ได้)

มาเริ่มหัวข้อแรกกันเลยครับ

Shutterstock ราคารูปละเท่าไหร่

สิ่งแรกที่คนอยากรู้คือ Shutterstock เนี่ยมันราคาเท่าไหร่ต่อภาพ (ให้กดลิงก์ด้านล่างเพื่อดูราคาประกอบไปด้วย)

คำตอบคือราคามันไม่แน่นอนครับ ราคาอาจจะแพงถึงพันบาทต่อรูป หรือต่ำกว่าร้อยบาทต่อรูปก็ได้

ราคาขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลักๆ ครับ

  1. คุณจะซื้อ license ประเภทไหน: standard license (สิทธิ์ใช้งานแบบมาตรฐาน) หรือ enhanced license ( สิทธิ์ใช้งานแบบเพิ่มเติม) โดยแบบหลังคุณเอารูปไปใช้งานได้กว้างกว่า แต่ก็ราคาต่อรูปก็แพงกว่าแบบแรกหลายเท่าตัว
  2. จำนวนภาพที่ซื้อ (ยิ่งซื้อเยอะราคาต่อภาพยิ่งถูก)

เพื่อความสะดวก ผมขอแจกแจงราคา “โดยประมาณ” เป็นตัวเลขกลมๆ ให้คุณตามด้านล่าง

ถ้าซื้อภาพที่เป็น standard license (ซึ่งเป็นประเภทที่คนส่วนใหญ่ซื้อกัน) ราคาจะเป็นเท่านี้ครับ

  • ซื้อ 10 รูป (มีเวลาเลือกรูป 1 เดือน) ราคารูปละ 160 บาท
  • ซื้อ 50 รูป (มีเวลาเลือกรูป 1 เดือน) ราคารูปละ 80 บาท
  • ซื้อ 350 รูป (มีเวลาเลือกรูป 1 เดือน) ราคารูปละ 18 บาท
  • ซื้อ 750 รูป (มีเวลาเลือกรูป 1 เดือน) ราคารูปละ 11 บาท
  • ซื้อ 5 รูป (มีเวลาเลือกรูป 1 ปี) ราคารูปละ 315 บาท
  • ซื้อ 25 รูป (มีเวลาเลือกรูป 1 ปี) ราคารูปละ 294 บาท

ส่วนถ้าซื้อภาพแบบ enhanced license ราคาจะเป็นเท่านี้ครับ

  • ซื้อ 2 รูป (มีเวลาเลือกรูป 1 ปี) ราคารูปละ 3,200 บาท
  • ซื้อ 5 รูป (มีเวลาเลือกรูป 1 ปี) ราคารูปละ 2,885 บาท
  • ซื้อ 25 รูป (มีเวลาเลือกรูป 1 ปี) ราคารูปละ 2,183 บาท

ย้ำอีกทีว่านี่เป็นราคากลมๆ ให้เห็นภาพคร่าวๆ เท่านั้นนะครับ ราคาจริงขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน หรือถ้า Shutterstock มีการปรับราคาภายหลัง ตัวเลขก็จะต่างไปอีกครับ

ถ้าคุณกำลังสงสัยเรื่อง license หรือระยะเวลาเลือกรูป ให้อ่านหัวข้อต่อๆ ไป จะเข้าใจแจ่มแจ้งครับ

Standard vs. Enhanced license ต่างกันยังไง

ประเภทของ license (สิทธิ์ใช้งาน) เป็นตัวกำหนดว่าคุณสามารถนำภาพไปใช้งานลักษณะไหนได้บ้าง (standard license ราคาถูกกว่า แต่ก็มีขอบเขตการใช้งานแคบกว่า enhanced license)

ซึ่งคุณต้องรู้ก่อนซื้อ ว่าการใช้งานคุณมันต้องใช้ license ประเภทไหน

สมมุติว่าคุณซื้อผิด ไปซื้อภาพแบบ standard license มา แล้วมารู้ทีหลังว่าจริงๆ คุณต้องใช้ enhanced license คุณจะต้องเสียเงินซื้อรูปเดิมแต่เป็นประเภท enhanced license อีกครั้งนะครับ (ราคาที่ต้องจ่ายจะเป็นราคาเต็มของ enhanced license ไม่ใช่ราคาส่วนต่าง)

แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าต้องใช้ license แบบไหน?

วิธีแรกคือ เข้าไปอ่านรายละเอียดของ license ทั้งสองประเภทที่ลิงก์ด้านล่าง

ทีนี้ปัญหาคือ ถ้าคุณอ่านเงื่อนไขลิขสิทธิ์เอง (ต่อให้เป็นภาษาไทยก็เถอะ) คุณอาจจะยังสับสนว่าการใช้งานของคุณมันเข้าเงื่อนไขไหนแน่ (อ่านหน้าภาษาไทยก็ไม่ค่อยช่วย เพราะบางจุดเขียนงงกว่าภาษาอังกฤษอีก)

ผมจึงขออธิบายเงื่อนไขลิขสิทธิ์โดยใช้ภาษาง่ายๆ พร้อมกับยกตัวอย่างให้ดู เพื่อให้เห็นผู้อ่านเข้าใจได้ง่ายครับ (บางครั้งผมจะวงเล็บข้อความภาษาอังกฤษต้นฉบับไว้ด้วย คุณจะได้เช็คได้ว่าผมแปลถูกไหม)

Standard license (สิทธิ์ใช้งานแบบมาตรฐาน)

กรณีการใช้งาน 5 ข้อต่อไปนี้ ซื้อแค่ standard license ก็เพียงพอครับ

  1. ใช้เป็นรูปภาพประกอบสื่อดิจิตอลต่างๆ เช่น
    • เว็บไซต์หรือบล็อก (เช่น ใน sales page หรือบทความ)
    • โฆษณาออนไลน์ (เช่น ใน Facebook ads)
    • Social media
    • Mobile apps
    • ซอฟต์แวร์ (โปรแกรมคอมพิวเตอร์, web application)
    • อีบุ๊ค
    • วิดีโอ YouTube
  2. ใช้เป็นรูปภาพประกอบสิ่งพิมพ์ต่างๆ เช่น บรรจุภัณฑ์หรือป้ายฉลากสินค้า, หัวจดหมาย, นามบัตร, โบรชัวร์, หนังสือ, แม็กกาซีน
    • มีเงื่อนไขคือจำนวนที่พิมพ์ “รวมกัน” ต้องไม่เกิน 500,000 ครั้ง (no Image is reproduced more than 500,000 times in the aggregate)
    • ตัวอย่างเช่น หากคุณซื้อภาพหนึ่งๆ แล้วเอาไปใช้ประกอบหนังสือ A ซึ่งพิมพ์จำนวน 300,000 เล่ม และเอาภาพเดียวกันไปใช้ในหนังสือ B ซึ่งพิมพ์จำนวน 100,000 เล่ม แบบนี้ได้เพราะจำนวนตีพิมพ์รวมยังไม่เกิน 500,000 ครั้ง
    • อีกตัวอย่าง ถ้าคุณขายแก้วน้ำ (ผลิตแค่ 100,000 ใบ) แล้วเอาภาพไปประกอบ “บรรจุภัณฑ์ (กล่อง)” ของสินค้าคุณ แบบนี้โอเคครับ แต่ถ้าคุณเอาภาพไปพิมพ์บนแก้วน้ำ (ตัวสินค้า) แบบนี้ไม่ได้ครับ ต้องใช้ enhanced license
    • อีกตัวอย่าง ถ้าคุณเอารูปไปประกอบซองขนมคุณ (ฉลากสินค้า) ซึ่งผลิตขายปริมาณน้อย ไม่ถึง 500,000 ห่อ แบบนี้ใช้ได้ (แต่ถ้าขนมคุณวางขายในเซเว่น ขายได้เป็นล้านๆ อันนี้ไม่ได้ครับ)
  3. ใช้ประกอบสื่อโฆษณานอกสถานที่ เช่น บิลบอร์ด ป้ายประกาศต่างๆ
    • โดยมีเงื่อนไขว่ากลุ่มเป้าหมายจะต้อง “มองเห็น” สื่อโฆษณานั้นๆ น้อยกว่า 500,000 ครั้ง (the intended audience for such campaign is less than 500,000 gross impressions)
  4. ใช้ในภาพยนตร์, วิดีโอ, ซีรีส์โทรทัศน์, โฆษณา (รวมทั้งสื่อประเภทอื่นๆ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักหรือจะเกิดขึ้นใหม่หลังจากนี้)
    • โดยขนาดของกลุ่มเป้าหมายจะเป็นเท่าไหร่ก็ได้ (without regard to audience size)
    • แต่มีเงื่อนไขว่างบประมาณสำหรับการผลิตสื่อดังกล่าวจะต้องไม่เกิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (the budget for any such production does not exceed USD $10,000)
  5. ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัวที่ไม่ใช่ในเชิงพาณิชย์ เช่น พิมพ์ภาพไปแปะผนังห้องนอน, เอาไปเป็น background โทรศัพท์มือถือ

Enhanced license (สิทธิ์ใช้งานแบบเพิ่มเติม)

กรณีการใช้งานต่อไปนี้ ต้องซื้อรูป Shutterstock แบบ enhanced license

  1. ถ้าคุณอยากใช้ภาพในสื่อประเภทต่างๆ ที่กล่าวไว้ในหัวข้อที่แล้ว (สื่อสิ่งพิมพ์, สื่อนอกสถานที่, สื่อพวกหนังหรือละคร) โดยไม่ติดข้อกำจัดต่างๆ ของ standard license (หมายความว่า พอซื้อแบบ enhanced license คุณจะสามารถผลิตสินค้าหรือเผยแพร่สื่อได้อย่างอิสระ โดยไม่ติดข้อจำกัดพวก 500,000 ครั้ง หรือข้อจำกัดงบไม่เกิน 10,000 ดอลล่าห์)
  2. ใช้ประกอบ “ตัวสินค้า” ชนิดจับต้องได้หรือสินค้าส่งเสริมการขาย (สามารถพิมพ์ภาพลงบนตัวสินค้าเลย ไม่ใช่แค่ที่บรรจุภัณฑ์หรือฉลาก) สินค้าประเภทนี้ก็เยอะมากครับ เช่น เสื้อผ้า, งานศิลปะ, ปฏิทิน, ของเล่น, สมุด, กล่องดินสอ, การ์ดอวยพร และอื่นๆ อีกมากมาย แต่การที่จะใช้งานในลักษณะนี้ได้ต้องทำตามเงื่อนไข “อย่างน้อย” หนึ่งในสองข้อด้านล่าง
    1. สินค้านั้นต้องมีส่วนประกอบเชิงสร้างสรรค์อื่นๆ นอกเหนือจากรูปภาพ (such Merchandise incorporates material creative) อย่างถ้าคุณซื้อรูปทิวทัศน์สวยๆ มารูปนึง แล้วคุณเอาไปพิมพ์ขายเลย แบบนี้ไม่ได้ครับ แต่ถ้าซื้อรูปต้นไม้หลายๆ รูป เพื่อเอามาประกอบสินค้าโปสเตอร์บอกชนิดต้นไม้ (ด้านล่างของรูปต้นไม้อาจจะมีตัวหนังสือบอกประเภทต้นไม้นั้นๆ) แบบนี้ได้ครับ
    2. ถ้าเอารูปออกจากสินค้านั้นๆ มันจะต้องคงประโยชน์ใช้สอยอื่นอยู่ (functional elements apart from the Image) ยกตัวอย่างนะครับ ถ้าคุณเอารูปไปพิมพ์เป็นลายเสื้อยืดหรือลายแก้วน้ำ อย่างนี้ได้ครับ เพราะถึงเอารูปออก สินค้าคุณก็ยังมีประโยชน์ใช้สอยอื่นอยู่ (เสื้อก็ยังใช้ใส่ได้ แก้วก็เอาไปกินน้ำได้)
  3. ใช้ตกแต่งผนังในพื้นที่เชิงพาณิชย์ซึ่งคุณหรือลูกค้าของคุณเป็นเจ้าของ และไม่ใช่เพื่อจำหน่าย อย่างถ้าเอาภาพไปตกแต่งผนังในออฟฟิชบริษัทคุณ อย่างนี้ได้ครับ แต่ถ้าเอาไปตกแต่งผนังคอนโดที่คุณกำลังปลูกสร้างเพื่อขาย แบบนี้ไม่ได้ครับ
  4. เอาไปประกอบเทมเพลตดิจิทัลสำหรับขายหรือแจกจ่าย
    • ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเป็น web designer แล้วคุณต้องการภาพไปใช้ใน WordPress theme ของคุณ ซึ่งคุณวางแผนว่าพอทำเสร็จแล้วจะเอาไปขายผ่าน theme marketplace ต่างๆ แบบนี้ต้องซื้อ enhanced license ครับ
    • แต่ถ้ามีคนมาจ้างคุณให้แก้ design ของ theme เว็บไซต์เค้าให้หน่อย แล้วคุณเอาภาพจาก Shutterstock ไปใช้ แบบนี้ใช้แค่ standard license พอครับ (กรณีนี้มันจะไปเข้าเงื่อนไขแรกของ standard license)

จะเห็นได้ว่าถ้าเป็น enhanced license คุณจะเอาภาพไปใช้งานในขอบเขตที่กว้างกว่าแบบ standard license แต่มันก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ ไม่ใช่ว่าจะเอารูปไปทำอะไรก็ได้ครับ

หากการใช้งานคุณไม่ได้ถูกระบุไว้ในเงื่อนไข หรืออยากคอนเฟิร์มให้แน่ใจ คุณสามารถส่งสอบถามกับทาง Shutterstock ได้โดยตรงเลยครับ ผ่านทางหน้านี้ shutterstock.com/help

อัพเกรดเป็น Enhanced license ทีหลังได้ไหม

สมมุติคุณซื้อรูปแบบ standard license ไปประกอบฉลากของสินค้าเล็กๆ ของคุณ แล้วอยู่ๆ มันเริ่มขายดีจนคุณคิดว่ายอดขายน่าจะเกิน 500,000 ชิ้นในเร็ววัน คุณจะทำยังไงดี

ถ้าเกิดกรณีแบบนี้ ก็ง่ายๆ ครับ คุณก็แค่กลับไปซื้อภาพเดิมอีกทีแต่เป็นแบบ enhanced license เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อย

วิธีการก็คือ ให้ล็อกอินเว็บ Shutterstock แล้วกดที่ไอคอนรูปคน (ตรงมุมบนขวา) แล้วเลือก Downloads คุณจะเห็นรูปทั้งหมดที่คุณได้ดาวน์โหลดไปแล้ว พร้อมกับประเภทของ license ด้านล่างแต่ละรูป

ให้คลิกที่รูปที่ต้องการอัพเกรด license แล้วติ๊กเลือก Upgrade to Enhanced License แล้วกด Download ครับ

จะมีหน้าต่างขึ้นมาเพื่อให้ซื้อ plan แบบ enhanced license (โดยราคาที่ต้องจ่ายจะเป็นราคาเต็ม ไม่ใช่ราคาส่วนต่างระหว่าง license สองประเภทนะครับ)

อธิบายประเภทของ Plan

พอคุณรู้แล้วว่าคุณต้องซื้อ license ประเภทไหน ที่เหลือก็แค่เลือกซื้อ plan ที่เหมาะสม

Plan ของ Shutterstock จะมีให้เลือก 2 แบบ

  1. Subscription (เป็นสมาชิกประจำ) ซื้อได้เฉพาะ standard license
  2. On-demand (ต้องการเมื่อไหร่ค่อยดาวน์โหลด) ซื้อได้ทั้ง standard และ enhanced license

มาดูรายละเอียดกันดีกว่าครับ

Plan แบบ subscription (สมาชิก)

Plan ประเภทนี้ เอาไว้สำหรับซื้อภาพแบบ standard license เท่านั้น ถ้าคุณต้องการภาพแบบ enhanced license ข้ามไปอ่าน plan แบบ on-demand ได้เลยครับ

Plan แบบนี้คือเราจ่ายเงินเป็นรายเดือน (หรือรายปี) โดยเลือกได้ว่าต้องการกี่ภาพต่อเดือน (10, 50, 350, และ 750 ภาพ) ยิ่งจำนวนภาพเยอะ ราคาต่อภาพยิ่งถูก

ทีนี้พอเราเลือกแล้วว่าต้องการใช้เดือนละกี่ภาพ มันยังมีให้เลือกต่อว่าจะให้เก็บเงินแบบไหน (ดูคำอธิบายใต้รูป)

  • Monthly, no contract (รายเดือน ไม่มีสัญญา) จ่ายรายเดือน แบบไม่มีข้อผูกมัด ยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้
  • Annual billed monthly (รายปีแบบเรียกเก็บเป็นเดือน) มีข้อผูกมัดว่าต้องเราเป็นสมาชิก 1 ปี แต่ตัดเงินเป็นรายเดือนเหมือนแบบแรก แบบนี้ราคาจะถูกลง แต่ถ้าเรายกเลิกก่อนครบปี เค้าเขียนว่าอาจโดนค่าปรับได้ครับ (แต่ไม่บอกว่าเท่าไหร่)
  • Annual billed upfront (รายปีแบบเรียกเก็บทันที) จ่ายล่วงหน้าหนึ่งปีไปเลย แบบนี้ราคาจะถูกที่สุด

Plan แบบ subscription เหมาะสำหรับคนที่ต้องการรูปจำนวนมากหรือคนที่ต้องการซื้อภาพทุกเดือน

เงื่อนไขการดาวน์โหลดภาพ

การดาวน์โหลดภาพ จะมีรายละเอียดที่ควรรู้ตามนี้ครับ

  • ดาวน์โหลดวันละกี่รูปก็ได้ (ไม่มี daily download limit) สามารถดาวน์โหลดภาพจนครบจำนวนตั้งแต่วันแรกเลยก็ได้
  • ถ้าครบรอบเดือนเมื่อไหร่ แล้วคุณโหลดรูปไม่ครบจำนวน (เช่น โหลดไปแค่ 200 รูปจาก 350 รูป) จำนวนภาพที่เหลือก็คือเสียเปล่า (ไม่มีการเอาจำนวนที่เหลือไปบวกเพิ่มในรอบถัดไป)
  • เพราะฉะนั้นก่อนครบรอบ คุณควรดาวน์โหลดรูปให้ถึง limit จะได้ไม่เสียเงินเปล่าครับ

ซื้อ subscription แค่เดือนเดียวได้ไหม

ถ้าคุณคิดจะซื้อ subscription (ประเภทรายเดือน ไม่มีสัญญา) แค่เดือนเดียวแล้วยกเลิก ก็ทำได้ครับ

หลังจากที่จ่ายเงินซื้อ plan แล้วให้เข้าไปที่เมนู Account details แล้วก็ Plans แล้วปิดฟังก์ชัน auto renewal

เท่านี้พอครบเดือนแล้วมันจะได้ไม่ตัดเงินจากบัตรเครดิตเรา (ทำได้ทันที ไม่ต้องรอให้ถึงวันสุดท้ายนะครับ plan ที่ซื้อมาแล้วก็ยังใช้ได้จนกว่าจะหมดรอบ)

Plan แบบ on-demand (ตามต้องการ)

Plan แบบนี้คือคุณชำระเงินครั้งเดียว แล้วคุณจะสามารถดาวน์โหลดภาพได้ในจำนวนที่กำหนดไว้ ภายใน 1 ปี (ถ้าพ้นปีแล้วโหลดไม่ครบคือเสียเปล่า)

Plan แบบนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการใช้รูปจำนวนน้อย นานๆ ทีถึงจะต้องการใช้ภาพ

Plan นี้ไม่มีเงื่อนไขซับซ้อน คุณแค่เลือกอีกว่าต้องการกี่ภาพ และต้องการ license ประเภทไหน

ถ้าคุณต้องการ enhanced license (สิทธิ์ใช้งานแบบเพิ่มเติม) ก็ต้องซื้อ plan ประเภทนี้ครับ ซึ่งราคาแบบ enhanced จะสูงกว่าแบบ standard มาก (ราคาประมาณ $68 – $100 ต่อภาพ)

ซื้อภาพ Shutterstock ภาพเดียวได้ไหม

อันนี้ผม chat ถาม customer support ของ Shutterstock มาให้แล้วครับ ได้รับคำตอบด้านล่าง

สรุปคือ Shutterstock ไม่มี plan สำหรับซื้อรูปเดียวครับ

ถ้าคุณอยากได้รูปเดียวรูปนั้นจริงๆ คุณต้องยอมซื้อ plan แบบ on-demand ที่ราคา $49 (สำหรับ standard license) หรือที่ราคา $199 (สำหรับ enhanced license) คุณจะดาวน์โหลดได้ 5 ภาพ หรือ 2 ภาพ ภายในหนึ่งปี

อันนี้ก็แล้วแต่คุณแล้วครับ ว่าจะซื้อไหม ถ้าคุณคิดว่าภายในหนึ่งปีน่าจะมีโอกาสต้องใช้รูปเพิ่มเติม (ซึ่งผมว่ามีโอกาสสูงนะ) ก็ซื้อไปเถอะครับ

ถ้าโปรเจคคุณมีทีมงานหลายคน แต่ละคนก็มีความต้องการใช้ภาพเหมือนกัน Shutterstock มี plan สำหรับผู้ใช้หลายคนด้วยนะครับ

แต่ผมดูราคาแล้ว เหมือน plan แบบนี้จะเหมาะกับโปรเจคที่ต้องการใช้ภาพเยอะมากๆ หลายร้อยรูปต่อเดือน (ถ้าต้องการภาพน้อย ซื้อแบบผู้ใช้รายเดียวอาจจะเหมาะกว่า)

วิธีซื้อรูป Shutterstock

พอเลือก plan ที่เหมาะสมได้แล้ว ก็ซื้อภาพได้เลยครับ (Shutterstock รับชำระเงินผ่านบัตรเครดิต)

ไปที่เว็บ Shutterstock.com (กดลิงก์ได้เลยครับ จะเปิดในหน้าใหม่)

ให้สร้างบัญชีผู้ใช้งานก่อน โดยคลิกที่ปุ่ม Sign up ด้านบนของเว็บไซต์ แล้วใส่ email address และตั้ง password (หรือถ้ามีบัญชีอยู่แล้วให้ Log in)

พอมีบัญชีแล้ว (และล็อกอินเข้าใช้งานแล้ว) กดไปที่หน้า Pricing เลือก plan ที่ต้องการ แล้วกดปุ่มซื้อ

คุณจะเข้ามาที่หน้า Checkout (ชำระเงิน) ให้กรอกข้อมูลสองส่วน

ส่วนแรกคือที่อยู่ (Billing address) อันนี้ที่ต้องกรอกเพราะ Shutterstock จะได้รู้ว่าควรจะเก็บภาษีคุณด้วยไหม (ซึ่งที่อยู่ในประเทศไทยไม่เก็บครับ ไม่ต้องห่วง)

ส่วนต่อมาคือ Payment method กรอกข้อมูลบัตรเครดิต

จากนั้นให้กดปุ่ม Complete checkout เป็นอันเสร็จเรียบร้อยครับ

วิธีการใช้งานเว็บไซต์ Shutterstock

เว็บไซต์ Shutterstock ใช้งานง่ายครับ เลยจะขออธิบายเฉพาะการใช้งานหลักๆ คร่าวๆ ดังนี้

เวลาค้นหารูป ด้านซ้ายจะมี Filters ให้เลือกเพื่อให้แสดงผลลัพธ์ตามที่ต้องการได้ ทำให้การค้นหาภาพได้เร็วขึ้น

ตัวอย่างเช่นเราสามารถเลือก Image type เพื่อแสดงเฉพาะภาพประเภทที่ต้องการ

  • Photos แสดงภาพถ่ายจากกล้อง
  • Illustrations แสดงภาพวาด (ด้วยมือหรือโปรแกรม)
  • Vectors แสดงภาพวาดประเภทที่สามารถเอาไปขยายได้โดยที่ภาพไม่แตก

เวลาเจอภาพที่น่าสนใจ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะดาวน์โหลดภาพนั้นดีไหม คุณสามารถ save ภาพเก็บไว้ก่อนเพื่อเอามา review ทีหลังได้

ถ้าคุณกดเครื่องหมายรูปคนด้านบน คุณจะเห็นเมนูนี้แสดงขึ้นมา

คำอธิบายภาพด้านบน

  • Account details เข้าไปจัดการบัญชีเราเช่น
    • ดูว่า plan ปัจจุบันคืออะไร จำนวนดาวน์โหลดที่เหลือ
    • ลบหรือเพิ่มข้อมูลบัตรบัตรเครดิต
    • ยกเลิก subscription (พอครบเดือนจะไม่ตัดเงินจากบัตรเครดิตเรา)
  • Collections เข้าไปดูภาพที่ save เก็บไว้ เพื่อเลือกว่าจะดาวน์โหลดภาพไหนดี
  • Downloads เข้าไปดูภาพที่เราเคยดาวน์โหลด(ซื้อ)ไปแล้ว เราสามารถโหลดรูปพวกนี้ใหม่อีกครั้งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

จบแล้วครับสำหรับสิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนซื้อรูปจาก Shutterstock หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านนะครับ

Leave a Comment