วิธีสร้างรายได้จากยูทูป (ได้เงินกี่บาท มาดูกัน)

คุณอยากหาเงินจาก YouTube ใช่ไหมครับ?

บทความนี้ ผมจะแชร์ทุกสิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนเริ่มหารายได้จากยูทูป

สรุปเนื้อหา (กดลิงก์เพื่อข้ามไปอ่านหัวข้อนั้นๆ ได้)

ทำยูทูปรายได้มาจากไหน

คุณสามารถหารายได้จาก YouTube ได้หลายช่องทางครับ

วิธีแรกก็คือ รายได้จากเงินค่าโฆษณาที่แสดงอัตโนมัติในวิดีโอของคุณ (ต้องได้รับการอนุมัติจาก YouTube ก่อน)

ซึ่งก่อนที่ช่องคุณจะสามารถหารายได้แบบนี้ได้ ช่องคุณต้องผ่านเงื่อนไขบางอย่างก่อน เช่น มี subscribers ไม่ต่ำกว่า 1,000 คน (เดี๋ยวจะอธิบายเงื่อนไขอย่างละเอียดทีหลัง)

อีกช่องทางสร้างรายได้ ก็คือจากสปอนเซอร์ (ก็คือมีคนจ้างให้คุณโปรโมตสินค้าในวิดีโอของคุณ) ยิ่งช่องคุณมีผู้ติดตามมากเท่าไหร่ การหาเงินจากสปอนเซอร์ก็ยิ่งง่ายครับ

ซึ่งรายได้สองแบบนี้มีข้อดีต่างกันครับ หลายช่องเค้าได้เงินจากสปอนเซอร์มากกว่ารายได้โฆษณาหลายเท่า แต่มันก็เป็นรายได้แบบ “จ่ายครั้งเดียวจบ”

ในขณะที่รายได้ค่าโฆษณาอาจไม่มากแต่มันได้เรื่อยๆ ทุกเดือนโดยเราไม่ต้องทำอะไรครับ (อย่างช่องผมไม่ได้อัพวิดีโอเป็นปีๆ แล้ว ก็ยังได้ค่าโฆษณาทุกเดือน)

สองวิธีนี้เป็นวิธีที่เห็นได้บ่อย แต่จริงๆ ยังมีวิธีอื่นอีกครับ เช่น

  • สร้างผู้ติดตามเพื่อโปรโมตสินค้าของตนเอง เช่นคอร์สหรือสัมมนา
  • ใส่ลิงก์ให้คนบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการทำคอนเทนต์ ผ่านแพลตฟอร์มเช่น Patreon (อันนี้จะเห็นในช่องต่างประเทศบ่อยกว่าช่องไทย)

ทำยูทูปได้เงินกี่บาท

ส่วนนี้จะพูดถึงแค่รายได้จากโฆษณา (ที่แสดงอัตโนมัติในวิดีโอ) เท่านั้นนะครับ รายได้จากสปอนเซอร์ หรือจากการขายสินค้าไม่นับ เพราะแต่ละช่องจะทำหรือไม่ทำก็ได้

สงสัยไหมครับ ว่าถ้าวิดีโอคุณมียอดคนดูหนึ่งล้านวิว คุณจะได้เงินกี่บาท?

คำตอบคือ มันมีช่วงความเป็นไปได้ที่กว้างมากครับ คุณอาจจะได้ไม่กี่พัน หรืออาจจะได้หลายหมื่นก็ได้ครับ

เพื่อให้คุณได้ไอเดียแบบคร่าวๆ ผมจะยกตัวอย่างตัวเลขจริงจากช่องของผม และของยูทูปเบอร์คนอื่นๆ อีกสามสี่คน

จริงๆ แล้วรายได้ค่าโฆษณาไม่ได้คำนวณจากยอดวิวตรงๆ นะครับ แต่ที่ผมพูดเป็นรายได้ต่อหนึ่งล้านวิว เพราะมันเห็นภาพได้ง่าย เข้าใจง่ายดีครับ

เรทรายได้ของช่องภาษาอังกฤษ

ช่องยูทูปเล็กๆ ของผม เป็นช่องแนะแนวทางพัฒนาภาษาอังกฤษ โดยวิดีโอทุกอันเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ภาษาไทย เพราะฉะนั้นผู้ชมจะมาจากหลายๆ ประเทศ

ขอยกตัวอย่างรายได้จากวิดีโออันนึงในของช่องผมละกันครับ

เดือนเมษายน 2020 วิดีโอนี้ได้ 144,208 วิว และมีรายได้ค่าโฆษณา 201.93 ดอลล่าห์ หรือประมาณ 1,400 ดอลล่าห์ ต่อหนึ่งล้านวิว

เท่ากับว่าถ้ามีคนดูวิดีโอนี้ล้านครั้ง ผมจะได้ประมาณ 1,400 x 30 (อัตราแลกเปลี่ยน) = 42,000 บาทไทยครับ

แต่ทั้งนี้ ผมก็ไม่ได้เงินจากทุกวิดีโอนะครับ อย่างช่องผมมีวิดีโอนึงที่ผมเอาคลิปหนังสั้นๆ ไปใส่ ซึ่งช่วงแรกวิดีโอนี้มันก็ทำรายได้ให้ผม แต่วันนึงบริษัทหนังเค้ามาเคลมลิขสิทธิ์ไป ทำให้รายได้ 100% จากวิดีโอนี้ตกไปเป็นของบริษัทหนัง ผมไม่ได้รายได้จากวิดีโอนี้เลย (เสียดายมาก วิดีโอนี้มียอดวิวเยอะซะด้วย)

เพราะฉะนั้น ถ้าช่องผมได้หนึ่งล้านวิว ผมจะไม่ได้เงิน 42,000 บาท จริงๆ หรอกครับ เพราะมันมียอดวิวจากวิดีโอที่ไม่ได้สร้างรายได้รวมอยู่ด้วย

เรทรายได้ของช่องภาษาไทย

เท่าที่ผมศึกษาคนไทยที่ทำยูทูปหลายๆ คน อัตรารายได้ต่อหนึ่งล้านวิว จะแตกต่างกันมากครับ

อย่างในกระทู้พันทิปหนึ่ง คนที่มาแชร์รายได้ เค้าได้กันแค่ประมาณสองพันถึงหมื่นกว่าบาทครับ

หรืออย่างช่อง StartYourWay (ช่องสอนการเป็นนายตัวเอง การเงิน การทำธุรกิจ) เค้าก็ได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อล้านวิวเหมือนกัน

เราอาจสรุปได้ว่า ช่องภาษาไทยได้เรทต่ำกว่าช่องภาษาอังกฤษมากทีเดียว

แต่ก็ไม่เสมอไปนะครับ ถ้าคุณดูคลิปข้างล่างนี้ เค้าแชร์รายได้จากช่องสอนภาษาอังกฤษของเค้า (แต่สอนและสื่อสารเป็นภาษาไทย) เค้าทำรายได้ 2,104.34 ดอลลาห์ จาก 1.1 ล้านวิว (หรือประมาณ 57,391 บาทต่อล้านวิว เรทเยอะกว่าช่องผมที่เป็นภาษาอังกฤษอีก)

สรุปคือ ช่องภาษาอังกฤษมักจะได้เงินมากกว่าช่องภาษาไทยพอสมควร ต่อก็ไม่เสมอไปครับ

รายได้ของช่องที่เนื้อหาติดลิขสิทธิ์

สำหรับช่องที่คอนเทนต์ส่วนใหญ่ติดลิขสิทธิ์ อย่างช่อง cover เพลง, ช่องรวมคลิปหนัง ก็อาจได้รายได้น้อยสุดๆ (อาจจะไม่ถึงพันบาทต่อล้านวิว หรือไม่ได้เลยก็เป็นไปได้) เพราะว่าค่าโฆษณาส่วนใหญ่หรือแทบจะทั้งหมด ไปตกอยู่กับเจ้าของลิขสิทธิ์

ดูคลิปเปิดเผยรายได้ข้างล่างก็ได้ครับ ช่องนี้เป็นช่อง cover กีต้าร์ (มีการเปิดเพลงลิขสิทธิ์ระหว่างเล่นกีต้าร์ไปด้วย) เค้าทำยูทูปมาเกินสิบปีแล้ว แต่ได้รายได้แค่ 3000 – 4,000 บาท ทุกๆ สองเดือน

เพราะฉะนั้นถ้าคุณอยากหาเงินจากยูทูป พยายามหลีกเลี่ยงช่องประเภท cover เพลง (ต่อให้คุณเล่นดนตรีเอง ร้องเองก็โดนแบ่งรายได้ครับ) และอย่าใส่อะไรที่ติดลิขสิทธิ์ในวิดีโอคุณครับ ไม่ว่าจะเป็นเพลง, คลิปหนัง, หรือรูปภาพที่ไม่ใช่ของคุณ คุณจะเจอปัญหาได้ครับ (แต่ถ้าเป็นกรณีรูปภาพ ถ้าคุณซื้อรูปอย่างถูกต้องจากเว็บ stock photo อย่างนี้โอเคครับ)

การใช้เนื้อหาติดลิขสิทธิ์ ถ้าโชคดีก็อาจแค่ไม่มีรายได้ แต่ถ้าโชคร้ายช่องคุณอาจถูกปิดได้ครับ

อยากเปิดการสร้างรายได้ เงื่อนไขเป็นยังไง

ก่อนที่คุณจะสามารถสร้างรายได้จากโฆษณา ช่องของคุณต้องผ่านเงื่อนไขสองข้อนี้

  1. มีผู้ติดตาม (subscribers) อย่างน้อย 1,000 คน
  2. ในระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา (หรือน้อยกว่า) ช่องคุณต้องมี “จำนวนชั่วโมง (watch hours)” ที่คนดูวิดีโอคุณรวมกัน ไม่น้อยกว่า 4,000 ชั่วโมง

ถ้าคุณไปอ่านบทความอื่นแล้วเค้าบอกว่าเงื่อนไขคือต้องมียอดวิวรวมกัน 10,000 วิว อันนั้นคือเงื่อนไขเก่าครับ ตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้นแล้ว

จำนวนชั่วโมงที่ดู (watch hour) กับวิว (view) มันคนละอย่างกันนะครับ

  • ยอดวิวคือ “จำนวนครั้ง” ที่คนกดเข้ามาดูวิดีโอ สมมุติวิดีโอคุณมีคนร้อยคนกดเข้ามาดู (บางคนดูจนจบ บางคนดูไม่จบ) วิดีโอคุณจะมียอดวิว 100 ครับ
  • จำนวนชั่วโมงที่ดู ก็คือ “เวลา” ที่คนดูวิดีโอคุณ (หน่วยเป็นชั่วโมง) ถ้ามีคนสองคนกดเข้ามาดูวิดีโอความยาว 1 ชั่วโมงของคุณ โดยคนแรกดูจนจบ ส่วนคนที่สองดูครึ่งเดียวแล้วปิด วิดีโอนั้นจะมี watch hours เท่ากับ 1.5 ชั่วโมงครับ

จะเห็นได้ว่าการจะได้ 1 watch hour มันยากกว่าการได้ 1 view แบบเทียบกันไม่ได้เลย

ซึ่งสำหรับช่องใหม่การจะทำให้ได้ 4,000 watch hours ใน 12 เดือน มันอาจจะค่อนข้างท้าทาย แต่ก็ไม่ยากมากครับ คุณแค่ต้องทำให้ได้ 333.33 watch hours ต่อเดือน (โดยเฉลี่ย) ซึ่งยิ่งช่องคุณมีวิดีโอมากเท่าไหร่ โอกาสถึงเป้าก็ยิ่งสูง

เมื่อช่องคุณเข้าเงื่อนไขแล้ว ก็สามารถสมัครการเปิดสร้างรายได้ ได้เลยครับ ซึ่งลำดับขั้นตอนผมก็จำไม่ค่อยได้แล้ว แต่เหมือนว่าใน Dashboard ของยูทูป มันจะมีลิงก์ให้เรากดเพื่อสมัครการสร้างรายได้ เราก็กดเข้าไป แล้วก็ทำตามที่มันบอกไปเรื่อยๆ

รับเงินจากยูทูปยังไง

เวลาที่คุณสมัครสร้างรายได้กับยูทูป มันจะมีขั้นตอนให้สร้างบัญชี Google Adsense ด้วย

ซึ่งคุณสามารถตั้งค่าว่าจะให้โอนเงินไปที่บัญชีธนาคารอะไรผ่าน Adsense นี่แหละครับ

แต่ก่อนที่จะเริ่มรับเงินได้จริงๆ คุณต้องพิสูจน์ว่าที่อยู่ในบัญชี Adsense มันคือที่อยู่ของคุณจริงๆ ก่อน ขั้นตอนคร่าวๆ เป็นแบบนี้ครับ

  1. คุณต้องรอให้รายได้จากค่าโฆษณาช่องคุณถึงเกณฑ์ที่ยูทูปกำหนด
  2. จากนั้นยูทูปจะส่งจดหมายที่มีรหัส PIN ไปยังที่อยู่คุณ (อาจจะต้องรอเป็นสัปดาห์เลยกว่าจะได้จดหมาย)
  3. คุณต้องเอารหัส PIN ไปใส่ในบัญชี Adsense ของคุณ

พอคุณยืนยันที่อยู่เสร็จแล้ว คุณก็สามารถเริ่มรับเงินจากยูทูปได้เลย โดยในเมนู Payments ของ Adsense ให้คุณกรอกรายละเอียดบัญชีธนาคารคุณ ทีนี้ในแต่ละเดือน (ประมาณวันที่ 21) ถ้ายอดถึงเกณฑ์ที่คุณกำหนด (ขั้นต่ำคือ $100) ยูทูปก็จะโอนเงินเข้าบัญชีคุณให้โดยอัตโนมัติ (ถ้ายอดไม่ถึงก็ยกไปรอบต่อไป)

จากประสบการณ์ของผมเองและของคนอื่น การรับเงินผ่านธนาคารกรุงเทพ จะโดนหักค่าธรรมเนียมน้อยสุด คือ 200 บาทต่อครั้ง ในขณะที่ธนาคารอื่นจะโดนหักประมาณ 500 – 700 บาท

นอกจากนี้ เนื่องจากธนาคารกรุงเทพมีสำนักงานอยู่ที่อเมริกา ทำให้เงินเข้าบัญชีเร็วกว่าธนาคารอื่นมาก คือเพียง 1 วันทำการเท่านั้น (ถ้าโอนวันจันทร์ วันอังคารได้เงินเลย)

ข้อดีของการหาเงินจากยูทูป

ข้อดีแรกของการทำยูทูป คือมันเป็น passive income แบบ 100% ถ้ายอดรายได้คุณถึงเกณฑ์เมื่อไหร่ เงินจะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารของคุณโดยอัตโนมัติ

อย่างช่องผมไม่ได้อัพวิดีโอเป็นปีแล้ว แต่มันก็ยังสร้างรายได้ให้ผมทุกเดือน มากบ้างน้อยบ้าง โดยที่ผมไม่ต้องทำอะไรเลย

อย่างช่องผมเอง ด้วยความขี้เกียจทำให้ผมไม่ได้อัพวิดีโอใหม่มาหนึ่งปีครึ่งแล้ว (ครั้งล่าสุดที่อัพคือเดือนสิงหาคม 2018) แต่เมื่อเดือนมีนาคม 2020 ช่องผมก็ยังสร้างรายได้ให้ผม $369.53 (ประมาณ 11,000 บาท)

ซึ่งบางคนอาจจะคิดว่ามันน้อย แต่อย่าลืมครับว่า ผมได้เงินนี้มาโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย

ตรงนี้แหละครับคือความสุดยอดของการหาเงินแบบนี้

คุณอาจจะเห็นรายได้ต่อล้านวิวของหลายๆ ช่องแล้วคิดว่า “ทำยูทูปได้เงินน้อยจัง” แต่อย่าลืมนะครับว่า เวลาคุณทำวิดีโอ คุณเสียเวลาทำครั้งเดียว แต่คุณมีโอกาสได้รายได้จากวิดีโอนั้นเรื่อยๆ

เพราะฉะนั้นผมมองว่าการทำยูทูปมันดีกว่าการทำงานประจำ หรือฟรีแลนซ์ (งานประเภทใช้เวลาแลกเงิน) เพราะงานพวกนั้น คุณได้เงินครั้งเดียวแล้วจบ ถ้าคุณอยากได้เงินเพิ่ม ก็ต้องรับงานใหม่เรื่อยๆ

แต่ถ้าทำยูทูป พอคุณอัพโหลดวิดีโอขึ้นไปแล้ว มันก็กลายเป็น “ทรัพสินย์” ที่สามารถทำเงินให้คุณเรื่อยๆ

แต่ แต่ แต่ ทั้งนี้วิดีโอคุณต้องน่าสนใจพอด้วยนะครับ (คือดูแล้วได้ความรู้ หรือความบันเทิง) บางคนอ่านถึงตรงนี้ อาจไฟลุก กลับไปอัดวิดีโออะไรก็ไม่รู้รัวๆ แบบนั้นคุณอาจจะไม่ได้อะไรครับ เพราะจะไม่มีคนดูวิดีโอคุณ

ข้อดีอีกอย่างคือ ยูทูปเป็นช่องทาง “ฟรี” ที่เปิดโอกาสให้คุณเข้าถึงคนนับล้านๆ คน ถ้าคุณมีความสามารถ คุณสามารถสร้างกลุ่มผู้ติดตามผ่านยูทูปได้ โดยไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว

อย่างผมเอง ต่อให้ผมไม่ได้รายได้ค่าโฆษณาจากยูทูป มันก็ยังมีประโยชน์อยู่ดีครับ เพราะยูทูปเป็นหนึ่งในช่องทางหาลูกค้าสำหรับคอร์สออนไลน์ผม ซึ่งรายได้จากตรงนี้มันมากกว่ารายได้จากค่าโฆษณาหลายเท่า (ตอนท้ายวิดีโอ เราสามารถใส่ลิงก์ให้คนกดเข้ามาที่เว็บไซต์เราได้ ผมใช้วิธีนี้แหละครับหาลูกค้า)

ถ้าคุณจริงจังกับการหาเงินจาก YouTube (เหมือนเป็นธุรกิจตัวนึง) สิ่งที่คุณต้องระวังขั้นสุดคือการละเมิดลิขสิทธิ์ครับ เพราะมันอาจทำให้ช่องคุณถูกปิดได้เลย

พยายามอย่าเอารูปภาพ, คลิป, เสียง, เพลง ที่ไม่ใช่ของคุณมาใส่ไว้ในวิดีโอคุณ

โดยมีข้อยกเว้นสองกรณีคือ

  1. คุณได้รับอนุญาติให้ใช้คอนเทนต์นั้นๆ จากเจ้าของลิขสิทธิ์ (เช่น ถ้าคุณซื้อภาพจากเว็บ Shutterstock เพื่อเอามาใส่ในวิดีโอ แบบนี้ได้ครับ)
  2. การใช้งานคอนเทนต์นั้นเข้าข่าย fair use (ตัวอย่างก็พวกช่องรีวิวหนัง ที่เค้าจะโชว์แค่คลิปสั้นๆ จากหนัง ไม่ได้เอาหนังทั้งเรื่องมาลง แบบนี้ยูทูปมองว่าไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ครับ)

ถ้าคุณอยากให้การใช้คอนเทนต์เข้าข่าย fair use คุณต้องศึกษาเงื่อนไขให้ดีๆ ครับ จะได้ไม่พลาด

แต่ทีนี้เนื่องจากเงื่อนไข fair use เนี่ย บางทีมันตีความได้หลายแบบ และมันขึ้นอยู่กับดุลยพินิจส่วนบุคคลค่อนข้างสูง หลายช่องเลยเลือกที่จะกำจัดความเสี่ยงโดยการใช้คอนเทนต์ตัวเอง 100% เลย

ถ้าโดนรายงานเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ จะเกิดอะไรขึ้น

ถ้าคุณเอาคอนเทนต์ติดลิขสิทธิ์ ไปใส่ในวิดีโอคุณ (ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ) แล้วโดนจับได้ โอกาสที่เป็นไปได้มีหลายกรณีครับ

ถ้าคุณไปก๊อปวิดีโอของ “ช่องอื่น” มาลงช่องคุณ แบบนี้จะโดนรายงานให้ลบวิดีโอครับ (ซึ่งส่งผลทางลบกับสถานะช่องคุณ) ถ้าคุณโดนแบบนี้ครั้งหรือสองครั้ง ช่องคุณจะแค่โดนเตือนก่อน แต่ถ้าโดนสามครั้ง (ภายใน 90 วัน) ช่องคุณจะถูกปิดทันที

ถ้าคุณเอาหนัง, รายการทีวี, หรือเพลงมาลงในวิดีโอคุณ (คอนเทนต์พวกนี้จะมี “หมายเลขเฉพาะ” หรือ content ID อยู่) เจ้าของลิขสิทธิ์เค้ามีทางเลือกสองทางครับ

  1. แจ้งให้ยูทูปลบวิดีโอคุณออก แบบนี้ก็เหมือนกรณีแรกครับ คือมันจะกระทบสถานะช่องคุณ และถ้าโดนรายงานหลายครั้งก็มีโอกาสที่ช่องจะถูกปิด
  2. ทำการ “อ้างลิขสิทธิ์” หรือก็คือการ “ยึด” รายได้จากวิดีโอคุณไปเป็นของเค้า กรณีนี้วิดีโอคุณก็ยังอยู่ไม่โดนลบ สถานะช่องคุณก็ไม่เสียหาย เพียงแต่คุณจะไม่ได้รายได้จากวิดีโอนั้นเท่านั้นเอง (อันนี้ช่อง cover เพลงจะโดนบ่อยครับ)

สรุปคือ ถ้าคุณโดนรายงานเรื่องลิขสิทธิ์ ถ้าโชคดีก็แค่ไม่ได้รายได้ แต่ถ้าโชคร้ายช่องคุณอาจถูกปิดได้เลยครับ

แต่ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่า ถ้าคุณโดนรายงานแค่ครั้งเดียวแล้วช่องคุณจะถูกปิดเลยนะครับ (ยูทูปไม่ใจร้ายขนาดนั้น) ช่องคุณต้องโดนรายงาน 3 ครั้งภายในระยะเวลา 90 วัน ถึงจะถูกปิดครับ

YouTube มีเครื่องมือตรวจหาวิดีโอที่ถูกก๊อป

นักก๊อปบางคนคิดว่า ถ้าแอบอัพวิดีโอคนอื่นลงช่องตัวเอง คงจะไม่โดนตรวจเจอหรอก (เพราะช่องเล็กไม่เป็นที่รู้จัก หรือก๊อปช่องต่างประเทศมา)

ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดมหันต์เลยครับ เพราะยูทูปมีเครื่องมือที่ช่วยให้เจ้าของลิขสิทธิ์เค้าค้นหาวิดีโอที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ง่ายๆ เลย ชื่อว่า Copyright Match Tool

เครื่องมือจัดการลิขสิทธิ์ของยูทูป

ซึ่งเครื่องมือตัวนี้มันดีมากๆ อย่างผมเคยโดนคนก๊อบวิดีโอไปตั้งชื่อเป็นภาษาอื่นมั่งละ เอาไปกลับซ้ายขวามั่งละ เอาไปเปลี่ยนเสียงบรรยายมั่งละ เอาไปย่อขนาดให้เล็กลงแล้วใส่กรอบด้านนอกบ้างล่ะ แต่เครื่องมือนี้ก็จับได้หมดครับ (เคยมีกรณีที่คนอัดวิดีโอ แล้วเผอิญแถวนั้นมีคนเปิดเพลงลิขสิทธิ์พอดี ทำให้เพลงติดมาในวิดีโอ แบบนี้ยูทูปยังรู้เลยครับ)

ต่อให้เครื่องมือตัวนี้จับไม่ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะรอดนะครับ วันนึงอาจมีคนพบว่าคุณขโมยคอนเทนต์คนอื่น แล้วแจ้งเจ้าของลิขสิทธิ์ก็ได้ครับ (อันนี้จากประสบการณ์ตรง)

ทำช่องเกี่ยวกับอะไรดี

ตอนนี้คุณมีไอเดียหรือยังครับ ว่าจะทำช่องแบบไหน?

ถ้ายัง คุณต้องเริ่มระดมสมองเลยครับ

ซึ่งประเภทของช่องที่คุณทำได้ มันมีความเป็นไปได้เยอะมากๆ

ก่อนอื่นเลย ให้ถามตัวเองว่า รอบตัวคุณมีอะไรที่น่าสนใจ ที่สามารถอัดวิดีโอมาลงยูทูปได้ไหม?

  • อย่างบางคนมีสัตว์เลี้ยง เค้าก็เปิดช่องแชร์คลิปสัตว์เลี้ยงตัวเอง
  • บางคนมีลูก ก็ทำช่องแชร์คลิปน่ารักๆ ของลูกตัวเอง
  • บางคนทำอาชีพที่น่าสนใจไม่เหมือนใคร (รับจัดสวน, ช่วยเหลือหมาแมวจรจัด) เค้าก็เปิดช่องแชร์เรื่องราว แชร์อาชีพที่เค้าทำ

แต่ถ้าคุณดูแล้วรอบตัวคุณไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่ ก็ไม่เป็นไรครับ คำถามต่อมาคือ คุณมีความสนใจหรือมีทักษะอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า?

  • อย่างบางคนชอบเรื่องลึกลับสยองขวัญ ก็ทำช่องเล่าเรื่องสยองชวนขนหัวลุก
  • บางคนชอบเล่นเกมส์ เค้าก็เปิดช่องรีวิวเกมส์
  • บางคนชอบออกกำลังกาย ก็เปิดช่องเกี่ยวกับพวกฟิตเนส
  • บางคนเล่นกีต้าร์เก่ง ก็เปิดช่องสอนกีต้าร์

แน่นอนครับว่าคุณไม่จำเป็นต้องทำช่องที่เกี่ยวกับสิ่งที่คุณชอบก็ได้ แต่การทำแบบนี้มันเพิ่มโอกาสที่คุณจะทำคอนเทนต์ได้ดี มีความน่าสนใจครับ

ทำยังไงให้คนดูวิดีโอเราเยอะๆ

ที่นี้คุณอาจสงสัยว่า สำหรับช่องใหม่ที่แทบไม่มีผู้ติดตามเลย พอทำวิดีโอเสร็จแล้ว คุณจะไปหาคนมาดูวิดีโอคุณได้อย่างไร?

คำตอบคือทำได้หลายทางครับ

วิธีแรกก็ที่พื้นฐานที่สุดคือ คุณต้องพยายามตั้งชื่อวิดีโอ (และก็คำอธิบาย) ให้มีคำหรือประโยคที่คนมักจะพิมพ์ค้นหาในยูทูป การทำแบบนี้ทำให้วิดีโอมีโอกาสถูกแสดงขึ้นมา เวลาที่คนพิมพ์ค้นหาคำที่เกียวข้องครับ

อีกวิธีที่คุณสามารถใช้ได้ก็คือไปแชร์ตามกลุ่ม Facebook ต่างๆ ที่เนื้อหาเกี่ยวข้องกับวิดีโอเรา (อย่างวิดีโอผมเกี่ยวกับการฝึกภาษาอังกฤษ ผมก็ไปแชร์ตามกลุ่มพวกนี้)

อีกวิธีนึงคือ ถ้าคุณพอมีเงินหน่อย คุณโฆษณาวิดีโอคุณก็ได้ครับ โดยสามารถโฆษณาบนยูทูปหรือเฟซบุ๊คก็ได้ครับ ช่วงแรกผมก็ลองทำแบบนี้กับวิดีโอนึง ก็ได้ผลที่โอเคครับ (แต่นั่นมันหลายปีมาแล้ว ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าค่าโฆษณามันแพงแค่ไหน คุณต้องลองศึกษาดูครับ)

อีกวิธีนึงคือ คุณต้องทำ thumbnail ให้มันดึงดูดสายตา ให้มันน่าคลิก ก็เป็นอีกวิธีที่จะเพิ่มคนดูได้ครับ (ลองศึกษาจากวิดีโอที่มียอดวิวเยอะๆ ได้ครับว่าเค้าใช้ thumbnail แบบไหน)

ช่วงแรกมันจะเหนื่อยหน่อยครับ เพราะพอคุณอัพวิดีโอเสร็จแล้ว คุณยังต้องโปรโมตวิดีโอด้วยวิธีต่างๆ แต่พอเริ่มมีผู้ติดตาม งานมันจะง่ายขึ้นเยอะครับ

ทำให้คนอยู่ดูวิดีโอคุณให้นานที่สุด

ถ้าคุณอยากให้คนมาดูวิดีโอเยอะๆ ปัจจัยที่อาจจะสำคัญที่สุด ก็คือคุณต้องทำให้ “เนื้อหา” ของวิดีโอคุณมัน “น่าสนใจ” ถึงขนาดว่าคนส่วนใหญ่มักจะดูวิดีโอคุณเป็นเวลานาน หรือดูจนจบ

คือยูทูปเนี่ยเค้าเก็บค่าสถิติที่ชื่อว่า audience retention ไว้ด้วย ซึ่งเป็นค่าที่บอกว่ามีคนอยู่ดูวิดีโอคุณนานแค่ไหน เช่น มีกี่เปอร์เซ็นต์ที่ดูวิดีโอจนจบ

วิดีโอนี้มีคนจำนวน 20.4% ที่ดูจนจบ

สมมุติว่าวิดีโอคุณดีมาก มีคนถึง 72% ที่ดูวิดีโอคุณจนจบ ยูทูปจะมองว่า”เฮ้ย วิดีโอนี้ดี มีคนชอบเยอะ” สิ่งที่ตามมาคือ ยูทูปอาจจะแสดงวิดีโอนี้ใน home page หรือในตำแหน่งอื่นๆ ทำให้คนเห็นวิดีโอคุณมากขึ้น (ผลคือยอดวิวเพิ่ม ผู้ติดตามเพิ่ม)

แต่ถ้าวิดีโอคุณมันไม่น่าสนใจเลย พอผ่านแค่ 1 นาทีในคลิปไป มีคนดูเหลือไม่ถึง 5% แบบนี้ยูทูปก็จะไม่แนะนำวิดีโอนี้ของคุณครับ (นี่คือชะตากรรมของวิดีโอส่วนใหญ่ในยูทูป)

เพราะฉะนั้น คุณควรเข้าไปดูค่าสถิติพวกนี้ของวิดีโอคุณบ่อยๆ ครับ จะได้รู้ข้อเท็จจริงว่า วิดีโอคุณดีจริงไหม

โดยเฉพาะค่า relative audience retention ซึ่งเป็นค่าที่บอกว่า คนอยู่ดูวิดีโอคุณนานแค่ไหน เมื่อเทียบกับวิดีโออื่นๆ ในยูทูปที่มีความยาวใกล้เคียงกัน

วิดีโอนี้มี audience retention สูงกว่าค่าเฉลี่ย (สังเกตุเส้นสีฟ้าอยู่สูงกว่าเส้น Average)

ซึ่งค่า relative audience retention คุณควรจะทำได้ average (มาตรฐาน) หรือ above average (ดีกว่ามาตรฐาน) วิดีโอคุณถึงมีโอกาสถูกยูทูปดัน และได้ยอดวิวสูงครับ ซึ่งถ้าวิดีโอถึงยูทูปดัน ยอดวิวมันอาจจะมากมายมหาศาลเลยล่ะครับ (อย่างของผมมีวิดีโอนึงที่ถูกยูทูปดันแล้วดันอีก จนได้ยอดวิว 10 ล้าน ทั้งๆ ที่ช่องผมเป็นช่องเล็กมีแค่ 13 วิดีโอเท่านั้น)

ทำช่องให้เข้าถึงผู้ชมทั่วโลก (ถ้าเป็นไปได้)

ก่อนจะจบผมขอให้คำแนะนำทิ้งท้ายไว้อีกนิด

คือถ้าช่องคุณ เป็นช่องที่เน้นสื่อสารทางภาพซะส่วนใหญ่ (ไม่ต้องบรรยายอะไรมาก) และถ้าคุณพอจะเขียนภาษาอังกฤษได้ ผมแนะนำให้ทำช่องเป็นภาษาอังกฤษไปเลยครับ แบบนี้โอกาสเข้าถึงคนได้มากกว่า (รายได้ก็มากกว่าตามไปด้วย)

ให้ตั้งชื่อวิดีโอ คำบรรยายต่างๆ เป็นอังกฤษ ถ้ามีจุดไหนในวิดีโอที่ต้องมีการอธิบาย ก็ใส่ข้อความอธิบายภาษาอังกฤษในวิดีโอไปเลย

ยกตัวอย่างนะครับ ช่อง Howl of a Dog นี้เค้าทำวิดีโอเกี่ยวกับการช่วยเหลือสุนัขจรจัด โดยจริงๆ เจ้าของช่องเค้าอยู่ประเทศโรมาเนีย แต่วิดีโอเค้าทำเป็นภาษาอังกฤษ และยอดวิวเค้าเยอะมากๆ ครับ

ทีนี้ถ้าคุณเขียนอังกฤษไม่เก่งแต่อยากทำช่องอังกฤษ ก็มีทางเลือกหลายทางครับ

  • อาจให้คนรู้จักช่วยเขียนให้
  • ไปโพสต์ถามในเน็ตก็ได้
  • หรือจ้างเค้าเขียนตามเว็บอย่าง fastwork.co ก็ได้ครับ

จบแล้วครับสำหรับสิ่งที่คุณควรรู้ก่อนเริ่มหารายได้จากยูทูป หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ สุดท้ายถ้าคุณอยากปรึกษาพูดคุยกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ คุณสามารถเข้ากลุ่มเฟซบุ๊ค Team 100,000 Sub ได้เลยครับ (ไม่ใช่กลุ่มผมนะ แต่เห็นว่ามีประโยชน์)

Leave a Comment