การย้ายโดเมน ไป host ใหม่ (พร้อมรูปประกอบ)

หากคุณกำลังปวดหัวกับการย้ายโดเมน (domain) อ่านบทความนี้แล้วคุณจะเข้าใจการย้ายโดเมนอย่างทะลุปรุโปร่งแน่นอน

สรุปเนื้อหา

กรณีไหนที่ไม่จำเป็นต้องย้ายโดเมน

ลองอ่านเหตุการณ์สมมุตินี้ดูครับ

  1. คุณสร้างเว็บไซต์กับผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งรายหนึ่ง (ผู้ให้บริการ A) และทำการจดโดเมนไปพร้อมกัน
  2. ต่อมาคุณตัดสินใจเปลี่ยนเว็บโฮสติ้งจากผู้ให้บริการ A มาเป็นผู้ให้บริการ B

กรณีข้างต้น คุณไม่จำเป็นต้องย้ายโดเมนครับ คุณสามารถปล่อยให้บริษัท A เป็นผู้จัดการโดเมนเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนไปใช้เว็บโฮสติ้งของบริษัท B ได้ (เนื่องจากโดเมนกับเว็บโฮสติ้งไม่จำเป็นต้องอยู่ที่เดียวกัน)

ค่าต่ออายุโดเมนคุณก็จ่ายกับบริษัท A เหมือนเดิม ส่วนค่าโฮสติ้งคุณจ่ายกับบริษัท B

สิ่งที่คุณต้องทำในกรณีนี้ ก็เพียงแค่อัพเดตค่า name servers ของโดเมนให้ชี้ไปที่เว็บโฮสของผู้ให้บริการ B แทนที่จะเป็นผู้ให้บริการ A แค่นั้นครับ ซึ่งคุณสามารถอ่านวิธีเซ็ตค่าจากบทความนี้ได้

กรณีไหนที่ควรย้ายโดเมน

เหตุผลที่ควรจะย้ายโดเมนมีสองกรณีครับ

กรณีแรกคือ ย้ายไปที่ๆ ถูกกว่าเพื่อลดค่าใช้จ่ายลง อันนี้สำหรับคนที่มีเว็บไซต์เดียว การประหยัดค่าโดเมนไม่กี่ร้อยบาทต่อปี อาจจะดูไม่น่าสนใจ แต่สำหรับคนที่มีเว็บไซต์หลายๆ เว็บ หรือคนที่จดโดเมนเก็บไว้เยอะๆ การย้ายโดเมนก็ช่วยประหยัดเงินได้พอสมควร (อย่างกรณีผมก็ประหยัดไปอย่างน้อย 1,500 บาท ต่อปี)

กรณีที่สองคือ หาก web interface สำหรับจัดการโดเมนของคุณมันไม่เสถียรหรือมีบั๊ก (เช่นเกิด error เวลาพยายามเปลี่ยนค่า settings ของโดเมน) อย่างนี้ก็ควรย้ายโดเมนครับ

กรณีที่สองนี่ผมเจอมาเอง ผมจดโดเมนไว้กับ Hostgator แล้วก็เจอปัญหาคือแก้ค่าอะไรเกี่ยวกับโดเมนไม่ได้เลย ขึ้น error ตลอด จนผมหมดความอดทนแล้วตัดสินใจย้ายโดเมนในที่สุด

ขั้นตอนการย้ายโดเมน

ต้องบอกก่อนว่าขั้นตอนและรูปประกอบในส่วนนี้ อ้างอิงจากการย้ายโดเมนจาก Hostgator ไป NameSilo (ผมเลือกที่นี่เพราะมันถูกที่สุด และไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง) แต่ถ้าผู้ให้บริการที่คุณเลือกเป็นที่อื่น ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะลำดับขั้นตอนจะคล้ายๆ กัน

อีกอย่างคือ ปกติการย้ายโดเมนจะไม่ทำให้เว็บไซต์ล่มหรือหยุดทำงาน อย่างตอนที่ผมย้ายโดเมน เว็บไซต์ก็ทำงานได้ตามปกติตลอด เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ครับ

เตรียมการย้ายโดเมน

ก่อนอื่นให้ล็อกอินเข้าไปที่ domain manager ของผู้ให้บริการโดเมน “ปัจจุบัน” ของคุณ

จากนั้นให้ดูว่า contact information ของเราถูกต้อง โดยเฉพาะอีเมล (เพราะระหว่างการย้ายโดเมนอาจมีเมลส่งไปที่อีเมลดังกล่าว) ถ้าข้อมูลไม่ถูกต้องให้แก้ไขให้เรียบร้อย

หลังจากนั้นให้ดูว่าฟังก์ชัน privacy (ปกปิดข้อมูลส่วนตัว) เปิดอยู่หรือไม่ ถ้าเปิดอยู่ให้ disable (ขั้นตอนนี้อาจไม่จำเป็นสำหรับผู้ให้บริการบางราย แต่เพื่อความแน่นอน ให้ปิดฟังก์ชันไปครับ)

ฟังก์ชันนี้บางที่ก็เรียกว่า WHOIS privacy, WHOIS masking, privacy protection ให้รู้ว่ามันคือสิ่งเดียวกันครับ

เหตุผลที่ต้องปิดฟังก์ชัน privacy ก็เพราะว่าในระหว่างย้ายโดเมน เจ้าหน้าที่อาจต้องเข้าไปดูว่าอีเมลของเจ้าของโดเมนคืออะไร ทีนี้ถ้าฟังก์ชัน privacy มันเปิดอยู่ เจ้าหน้าที่จะไม่เห็นข้อมูลดังกล่าว และอาจไม่สามารถย้ายโดเมนได้ครับ

ต่อมาให้ดูว่าฟังก์ชัน domain locking เปิดอยู่หรือเปล่า ถ้าใช่ให้เปลี่ยนค่าจาก locked เป็น unlocked

ปกติแล้วเราควรตั้งสถานะโดเมนไว้เป็น locked เสมอ เพื่อป้องกันการย้ายโดเมน แต่กรณีนี้ต้อง unlock มันเพื่อจะได้ย้ายโดเมนได้

ขอ EPP Key (Authorization Code)

ต่อมาเราต้องขอรหัสที่เรียกว่า EPP key (บางที่เรียก authorization code) จากผู้ให้บริการปัจจุบันของคุณ รหัสนี้มีไว้เพื่อยืนยันว่าคุณเป็นเจ้าของโดเมนจริงๆ

ผู้ให้บริการแต่ละรายก็จะมีวิธีขอรหัสนี้ต่างกัน อย่างกรณีของผม หลังจากที่ปิดฟังก์ชัน domain locking แล้ว จะมีปุ่ม Request Your EPP Key แสดงขึ้นมาโดยอัตโนมัติ พอกดปุ่มก็จะเห็นรหัสดังกล่าว

ในขั้นตอนนี้ ให้คุณลองดูใน domain manager ของคุณดูว่ามีปุ่มขอรหัส EPP key อยู่หรือไม่ ถ้าหาไม่เจอก็ให้ติดต่อ support เพื่อขอ EPP key

ตอนนี้คุณพร้อมที่จะย้ายโดเมนคุณแล้วครับ เพราะคุณทำ 3 อย่างด้านล่างเรียบร้อยแล้ว

  • ตรวจสอบว่า contact info ที่แสดงในโดเมนคุณถูกต้อง (โดยเฉพาะอีเมล)
  • ปิดฟังก์ชัน privacy และ domain locking
  • ได้รหัส EPP key เรียบร้อย

เริ่มทำการย้ายโดเมน

ให้ไปที่เว็บไซต์ของผู้ให้บริการปลายทาง (อาจต้องสร้าง account ก่อน) แล้วหาเว็บเพจสำหรับย้ายโดเมน (ลองมองหาคำว่า transfer / domain transfer)

จากนั้นให้พิมพ์โดเมนที่ต้องการย้าย

แล้วพิมพ์ EPP key (authorization code) ลงไป

จากนั้นก็ชำระเงิน

พอชำระเงินเสร็จ ผู้ให้บริการจะเริ่มดำเนินการย้ายโดเมนให้เรา ระหว่างนี้โดเมนจะมีสถานะเป็น pending

เท่านี้ก็หมดหน้าที่คุณแล้วครับ หลังจากนี้ก็แค่รอให้เจ้าหน้าที่ทำการย้ายโดเมน

โดยในระหว่างนี้คุณอาจได้เมลจากผู้ให้บริการต้นทาง ว่าได้รับเรื่องขอย้ายโดเมนแล้ว

อย่างด้านล่างเป็นเมลที่ผมได้รับ ข้อความแจ้งว่าหากเปลี่ยนใจ ผมสามารถยกเลิกการย้ายโดเมนได้โดยการกดลิงก์ในเมล หรือถ้าไม่ทำอะไรการย้ายจะได้รับการอนุมัติไปเอง

แบบนี้แปลว่าเราไม่ต้องทำอะไรแล้วครับ แค่รอไปเรื่อยๆ ประมาณ 5 – 6 วันต่อมาคุณอาจจะได้เมลยืนยันจากผู้ให้บริการปลายทางว่าการย้ายโดเมนสำเร็จแล้ว (อย่างในรูปด้านล่างเป็นเมลที่ผมได้รับ)

เท่านี้เป็นอันเสร็จสิ้นครับ ที่เหลือก็แค่เช็คความเรียบร้อย ดังนี้

  • ล็อกอินเข้าเว็บผู้ให้บริการใหม่ของเรา เพื่อดูว่าโดเมนถูกย้ายมาแล้วจริงๆ
  • เช็คว่าค่า name servers เป็นค่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง (หากยังเข้าเว็บไซต์ได้ แสดงว่าค่า name servers ยังถูกต้องเหมือนเดิม)
  • เช็คว่าฟังก์ชัน domain locking กลับมามีสถานะเป็น locked (เพื่อป้องกันการย้ายโดเมน)

หลังการย้ายโดเมนแล้ว คุณสามารถทำการย้ายไปที่อื่นอีกก็ได้ แต่ต้องรอให้เวลาผ่านไปอย่างน้อย 60 วันก่อน

เวลาที่เหมาะสมในการย้ายโดเมน

ควรย้ายโดเมนเมื่อไหร่ สรุปสั้นๆ ได้ดังนี้ครับ

  1. ควรย้ายโดเมนก่อนวันหมดอายุอย่างน้อย 2 สัปดาห์
  2. หากพึ่งต่ออายุโดเมน ควรรออย่างน้อย 45 วันแล้วค่อยย้ายโดเมน
  3. ตราบใดที่คุณทำตามเงื่อนไขสองข้อแรก การย้ายโดเมนเร็วหรือช้าไม่มีผลต่างกันเลย (ค่าใช้จ่ายเท่ากัน)

ข้อมูลด้านล่างเป็นรายละเอียดเพิ่มเติมครับ

การย้ายโดเมนใช้เวลากี่วัน

ปกติใช้เวลาประมาณ 5 – 6 วัน (บางกรณีสามารถเร่งกระบวนการให้เร็วขึ้นได้ แต่กรณีส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณนี้) สาเหตุที่ใช้เวลาหลายวันไม่ใช่เพราะการย้ายโดเมนมีขั้นตอนยุ่งยาก แต่เพราะเค้าต้องการให้เจ้าของโดเมนมีเวลายกเลิกครับ

ควรรอให้โดเมนใกล้หมดอายุก่อนแล้วค่อยย้ายดีไหม

ไม่จำเป็นต้องรอครับ เพราะมันไม่ได้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ปกติเวลาเราย้ายโดเมน วันหมดอายุของโดเมนจะบวกเพิ่มไป 1 ปีจากวันหมดอายุเดิม (ไม่สำคัญว่าจะย้ายตอนไหน)

ดูกรณีของผมเป็นตัวอย่างก็ได้

  • ก่อนย้ายโดเมน วันหมดอายุโดเมนคือวันที่ 4 พฤศจิกายน 2019
  • ผมทำการย้ายโดเมนวันที่ 1 มิถุนายน 2019 (ตั้งหกเดือนก่อนโดเมนหมดอายุ)
  • หลังจากย้ายโดเมน วันหมดอายุกลายเป็นวันที่ 4 พฤศจิกายน 2020 (บวกไปหนึ่งปีจากวันหมดอายุเดิม)

หมายความว่าต่อให้เราย้ายโดเมนก่อนวันหมดอายุหลายๆ เดือน เงินค่าโดเมนที่เราเสียไปแล้วก็ไม่สูญเปล่าครับ เพราะหลังจากจ่ายเงินเพื่อย้ายโดเมนแล้ว แล้วอายุของโดเมนจะบวกเพิ่มขึ้น 1 ปีเต็ม (นับจากวันหมดอายุเดิม)

เพราะฉะนั้นคุณไม่จำเป็นต้องรอให้ใกล้หมดอายุแล้วค่อยย้ายโดเมนครับ สามารถทำได้ทันที

ข้อควรระวังอย่างเดียวคือ หากคุณพึ่งต่ออายุโดเมนมาหมาดๆ คุณควรรอให้เวลาผ่านไปอย่างน้อย 45 วัน ถึงค่อยทำการย้ายโดเมนครับ (ไม่อย่างนั้นอายุโดเมนอาจไม่ถูกบวกเพิ่มหนึ่งปี ทำให้คุณต้องเสียค่าต่ออายุโดเมนต่างหาก)

ทำไมไม่ควรย้ายโดเมนที่ใกล้หมดอายุ

เนื่องจากการย้ายโดเมนใช้เวลาหลายวัน คุณจึงไม่ควรย้ายโดเมนที่ใกล้จะหมดอายุในไม่กี่วัน เนื่องจากโดเมนอาจหมดอายุระหว่างที่การย้ายยังไม่เสร็จสิ้น

ผู้ให้บริการบางรายแนะนำให้ย้ายโดเมนก่อนวันหมดอายุอย่างน้อย 7 วัน แต่เพื่อความปลอดภัย ผมแนะนำให้ย้ายก่อนวันหมดอายุอย่างน้อย 14 วัน

กรณีต้องการย้ายโดเมนที่ใกล้หมดอายุ ผมแนะนำให้ต่ออายุโดเมนกับผู้ให้บริการปัจจุบันไปก่อน แล้วรออีกอย่างน้อย 45 วัน แล้วค่อยทำการย้ายโดเมนครับ

Leave a Comment