วิธีการสร้างบล็อก (ขั้นตอนง่ายๆ เหมาะกับผู้เริ่มต้น)

คุณอยากมีบล็อกเป็นของตัวเองรึเปล่า? (เพื่อเป็นช่องทางหารายได้ หรือเพื่อแชร์เรื่องราวต่างๆ)

ถ้าใช่ คุณมาถูกที่แล้วครับ

ผมจะอธิบายวิธีสร้างบล็อก โดยจะเขียนให้เข้าใจง่าย และทำตามได้ทันที

มาเริ่มกันเลยครับ

การสร้างบล็อก เค้าทำกันยังไง

การสร้างบล็อกมีสองวิธีหลักๆ คือ

  1. ใช้บริการบล็อกฟรี/บล็อกสำเร็จรูป
  2. สร้างบล็อกโดยการเช่าเว็บโฮสติ้ง

ถ้าคุณอยากมีบล็อกของตัวเองอย่างแท้จริง (แบบที่ปรับแต่งทุกอย่างได้อย่างอิสระ) คุณต้องเช่าเว็บโฮสติ้ง ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1000 ถึง 2000 บาทต่อปี

แต่ถ้าคุณไม่อยากเสียเงิน คุณสามารถใช้บริการบล็อกฟรี/บล็อกสำเร็จรูป เหล่านี้ได้

ข้อดีของบล็อกฟรีคือ ไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่ต้องติดตั้งอะไรให้ยุ่งยาก แค่สมัครสมาชิกคุณก็สามารถเริ่มเขียนบล็อกได้ทันที

แต่ช้าก่อน ก่อนจะใช้บริการบล็อกฟรี คุณต้องรู้ข้อเสียของมันก่อน (หากรับข้อเสียไม่ได้จะได้ไม่เสียเวลาทีหลัง)

ข้อเสียของบล็อกฟรีมีดังนี้

  1. ชื่อของบล็อกจะยาว ไม่สวย แบบนี้ครับ https://noobmarketer.wordpress.com
  2. มีข้อจำกัดเยอะ เช่น เปลี่ยนดีไซน์ไม่ได้ แก้ layout ไม่ได้ ลงปลั๊กอิน (ความสามารถเสริม) ไม่ได้
  3. คุณไม่ใช่เจ้าของบล็อกอย่างแท้จริง บล็อกคุณอาจถูกปิดเมื่อไรก็ได้
  4. อาจจะมีการแสดงโฆษณาบนบล็อกของคุณ

บริการบล็อกฟรีส่วนใหญ่ ไม่ใช่องค์กรการกุศล พวกเขาต้องการ “กำไร” เหมือนบริษัททั่วไป

วิธีการหากำไรของบริษัทนี้มีสองอย่าง

  1. ติดตั้งโฆษณาลงบนบล็อกของคุณ (ก็คือทำเงินจากเนื้อหาของคุณนั่นเอง)
  2. จำกัดฟังก์ชันการทำงานของบล็อกไว้ เพื่อบีบให้คุณอัพเกรดเป็น plan แบบเสียเงิน (ซึ่งมักจะแพงกว่าการเช่าเว็บโฮสติ้งเอง)

เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าบล็อกฟรีเหมาะสำหรับคนที่แค่อยาก “ทดลอง” เขียนบล็อกดู หรือคนที่ต้องการแค่แชร์เรื่องราวขำๆ (ไม่ได้จริงจังอะไร)

แต่ถ้าคุณจริงจังกับการสร้างบล็อกล่ะก็ ผมไม่แนะนำบล็อกฟรีเด็ดขาด

ใช้บล็อกฟรีไปก่อนแล้วอัพเกรดเป็นแบบเสียเงินทีหลัง ดีไหม?

บล็อกฟรีบางที่มีทางเลือกให้สามารถอัพเกรดเป็นแบบเสียเงินทีหลังได้ (แลกกับความสามารถและฟังก์ชันเพิ่มเติมให้กับบล็อกของคุณ)

คุณอาจสงสัยว่าถ้าอย่างนั้นตอนแรกใช้บล็อกฟรีไปก่อนดีไหม ถ้าจริงจังค่อยอัพเกรดเป็นแบบเสียเงินก็ได้

นี่เป็นสิ่งที่ทำได้เหมือนกันครับ แต่ถ้าคุณจะอัพเกรดทีหลัง คุณต้องรับค่าใช้จ่ายที่สูงเกินควรให้ได้

ผมยกตัวอย่างบริการสร้างบล็อกของ WordPress.com ละกัน ปัจจุบันบริษัทนี้มี plan ดังต่อไปนี้ (ข้อมูลวันที่ 31 มกราคม 2562)

  1. Free Plan แพลนนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่จะมีการแสดงโฆษณาบนบล็อกของคุณ
  2. Premium Plan (279 บาทต่อเดือน) ไม่มีโฆษณา แต่มีการจำกัดฟังก์ชันการทำงานของบล็อกไว้
  3. Business Plan (833 บาทต่อเดือน) สามารถปรับแต่งเว็บไซต์ได้เต็มรูปแบบ

จะเห็นได้ว่า ถ้าไม่อยากให้บล็อกคุณถูกจำกัดฟังก์ชันการทำงาน คุณเลือกแพลนที่แพงที่สุด

ว่าแต่ไอ้การ “จำกัดฟังก์ชันการทำงาน” มันเป็นยังไง? ผมจะยกตัวอย่างเหตุการณ์จริงให้

วันก่อนมีผู้อ่านที่สร้างบล็อกกับ WordPress.com ติดต่อมาหาผม ให้ผมช่วยติดตั้งเครื่องหมายการค้า (DBD Registered) ลงบนบล็อกเธอหน่อย (เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ)

ผมลองทำดู ปรากฎว่าทำไม่ได้ครับ เพราะเค้าใช้ premium plan อยู่ หากต้องการติดตั้งจะต้องทำการอัพเกรดเป็น business plan ก่อน ก็คือเสียเงินเพิ่มจาก 279 บาทเป็น 833 บาทต่อเดือน!!

ราคานี้ถือว่าแพงมาก ถ้าผู้อ่านคนนั้นสร้างบล็อกโดยการเช่าเว็บโฮสติ้งแทนละก็ จะได้บล็อกที่มีฟังก์ชันความสามารถเท่ากัน แต่จะเสียเงินน้อยกว่ามาก (ไม่เกิน 200 บาทต่อเดือน)

สรุปคือ ถ้าคุณจริงจังกับการสร้างบล็อกของคุณ ยอมเสียเงินเช่าเว็บโฮสแต่แรกดีกว่าครับ

การสร้างบล็อกโดยการเช่าเว็บโฮสติ้ง

ถ้าคุณสร้างบล็อกโดยการเช่าเว็บโฮสติ้ง บล็อกนั้นจะเป็นของคุณอย่างแท้จริง คุณสามารถควบคุมและปรับแต่งบล็อกของคุณได้อย่างอิสระ

นอกจากนี้ การสร้างบล็อกแบบนี้ยังเป็นวิธีที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดอีกด้วย (ถ้าคุณเลือกเว็บโฮสที่เหมาะสม ซึ่งอันนี้ผมแนะนำให้ได้)

วิธีการคร่าวมีดังนี้

  1. เช่าเว็บโฮสติ้ง (เซิร์ฟเวอร์ที่เก็บไฟล์ต่างๆ ของบล็อกคุณเอาไว้) พร้อมกับจดโดเมน
    (ชื่อบล็อกของคุณ) ไปพร้อมกัน (จะทำให้ไม่ต้องเสียค่าโดเมน)
  2. ติดตั้ง WordPress (โปรแกรมฟรีสำหรับสร้างบล็อก/เว็บไซต์)
  3. ทำการใส่เนื้อหา, ปรับแต่งหน้าตา, สร้างเมนู, ฯลฯ

สำหรับขั้นตอนที่ 1 และ 2 ผมได้เขียนบทความอย่างละเอียดไว้เรียบร้อยแล้ว ให้อ่านวิธีการและทำตามจากบทความข้างล่างได้เลยครับ (หน้าเพจจะเปิดในหน้าต่างใหม่)

สร้างเว็บไซต์/บล็อก ด้วย WordPress

พอผู้อ่านสร้างบล็อก (เปล่าๆ) ตามบทความข้างบนแล้ว ให้เข้าไปที่ Dashboard (ส่วนควบคุมสำหรับแอดมิน) โดยพิมพ์ชื่อบล็อกของคุณตามด้วย /wp-admin (เช่น myblog.com/wp-admin) จากนั้นให้ล็อกอินโดยใช้ username และ password ที่ได้กำหนดไว้ตอนติดตั้ง WordPress

ลงชื่อเข้าใช้ wordpress

พอล็อกอินเข้ามาแล้ว คุณจะเห็น Dashboard หน้าตาแบบนี้

WordPress Dashboard

พอเข้ามาที่ Dashboard แล้ว เรามาเริ่มปรับแต่งบล็อกกันเลยครับ

เลือกธีม (design) ของบล็อก

ธีม (theme) คือสิ่งที่กำหนดรูปร่างหน้าตา (design และ layout) ของบล็อกคุณ

ตอนที่ลง WordPress ใหม่ๆ บล็อกของคุณจะใช้ธีม default ที่แถมมากับตัว WordPress (ซึ่งไม่ค่อยสวยเท่าไหร่)

ถ้าคุณไม่ชอบธีม default ของบล็อกคุณ คุณสามารถดาวโหลดธีมที่คุณชอบผ่าน WordPress Dashboard และเปลี่ยนไปใช้ธีมนั้นได้

ก่อนอื่นให้เข้าไปเลือกชมธีมทั้งหลายก่อน:

  1. ที่เมนูด้านซ้ายมือของ Dashboard กดเลือก Appearance ตามด้วย Themes (ดูรูปประกอบด้านล่าง)
  2. กด Add New
wordpress เปลี่ยนธีม (theme)

จะมีธีมมากมายแสดงขึ้นมาให้คุณเลือกตามใจชอบ หากถูกใจธีมอันไหนให้กด Install เพื่อดาวน์โหลดธีมมาที่บล็อกคุณ หลังจากดาวน์โหลดเสร็จให้กดปุ่ม Activate เพื่อให้บล็อกคุณเปลี่ยนไปใช้ธีมที่ดาวโหลดมา (ถ้าไม่ Activate บล็อกก็ยังจะใช้ธีมเดิมอยู่นะครับ)

wordpress ติดตั้งธีมใหม่

หลักการเลือกธีมสำหรับบล็อก

วิธีง่ายๆ ในการหาธีมที่เหมาะสม ให้ผู้อ่านพิมพ์คำว่า blog ตรงช่องค้นหาธีม มันจะแสดงธีมที่ถูกออกแบบมาสำหรับบล็อกโดยเฉพาะครับ

เวลาเลือกธีมสำหรับบล็อกของคุณ ผมแนะนำให้เลือกธีมที่มีตัวอักษรขนาดใหญ่หน่อย

เนื่องจากบล็อกเป็นเว็บไซต์ที่มีตัวหนังสือเยอะ การใช้ธีมที่แสดงตัวอักษรขนาดเล็กไป จะทำให้อ่านยาก และปวดตา (โดยเฉพาะเวลาอ่านบนมือถือ)

เพื่อให้เห็นภาพ ลองดูภาพเปรียบเทียบขนาดตัวอักษรด้านล่างครับ

จากรูปจะเห็นได้ว่าตัวอักษรด้านขวามืออ่านง่ายกว่ามาก ซึ่งการที่บล็อกคุณอ่านง่าย จะส่งผลให้คนใช้เวลาบนบล็อกคุณนานขึ้นครับ

นอกจากขนาดตัวอักษรที่เหมาะสมแล้ว ธีมที่คุณเลือกควรจะมี layout เรียบๆ ไม่รกตา ผู้อ่านจะได้โฟกัสที่ตัวเนื้อหาได้ง่าย

อ้อ ถึงแม้ธีมจะมีความสำคัญ ผู้อ่านยังไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเลือกนานครับ เพราะเราสามารถเปลี่ยนธีมเมื่อไรก็ได้

ก่อนจะเสียเวลามากมายเลือกธีมที่ตรงใจเรา คุณควรเขียนบทความให้บล็อกคุณไว้บ้าง ถ้าบล็อกคุณยังไม่มีเนื้อหาอะไรเลย บล็อกจะดูโล่งๆ ทำให้เวลาเปลี่ยนธีมจะดูไม่ออกว่าธีมตัวนั้นดีหรือไม่

เพราะฉะนั้นตอนนี้เลือกธีมที่พอดูได้มาซักอันก่อน หลังจากที่บล็อกคุณมีเนื้อหาบ้างแล้ว ค่อยเปลี่ยนธีมอีกครั้งก็ได้ครับ

เพิ่มบทความให้บล็อกคุณ

ได้เวลาใส่เนื้อหาให้บล็อกคุณแล้วครับ

ถ้าต้องการเขียนบทความแรกให้บล็อกคุณ ให้ไปที่ Dashboard แล้วเลือกเมนู Posts >> Add New

จะมีตัว text editor โผล่ขึ้นมา ให้เริ่มเขียนบทความได้เลย

ตัว editor ของ WordPress ในรูปด้านบนใช้งานง่ายมาก คุณสามารถใส่รูปภาพ, วิดีโอ, ไฟล์เสียง, หรือ block ประเภทอื่นๆ ในบทความของคุณได้

สมมุติคุณต้องการใส่รูป ก็แค่เครื่องหมายบวก (+) แล้วเลือก Image (ดูรูปด้านล่าง)

คุณสามารถค้นหา block ที่ต้องการโดยพิมพ์ลงในช่อง Search for a block ได้ด้วย (ดูรูปด้านล่าง)

ถ้าคุณอยากลบ block อันไหน ก็ให้คลิกที่ block อันนั้น จากนั้นกดเครื่องหมายจุดสามอัน (ดูรูปประกอบด้านล่าง) แล้วเลือก Remove Block

หลังจากเขียนบทความเสร็จแล้ว ให้กดปุ่ม Publish บทความของคุณจะปรากฏบนหน้าแรกของบล็อกคุณทันที (หรือถ้ายังเขียนไม่เสร็จ คุณสามารถกด Save Draft เพื่อ save บทความไว้ก่อนได้)

ยินดีด้วยครับ คุณสร้างบล็อกสำเร็จแล้ว!

การสร้างบล็อกด้วยตัวเอง ไม่ยากอย่างที่คิดใช่ไหมครับ?

หลังจากนี้เป็นหน้าที่ของผู้อ่านแล้วครับ ที่จะต้องเพิ่มเนื้อหาต่างๆ ให้กับบล็อกของคุณ เพื่อดึงดูดให้คนเข้ามาอ่าน

ซึ่งช่วงแรกๆ ผมต้องขอบอกไว้ก่อนว่าบล็อกของคุณจะเงียบเป็นป่าช้าเลยล่ะครับ (คือจะไม่มีผู้เยี่ยมชมเลย)

อย่างบล็อกอันนี้ของผม (noobmarketer.com) หกเดือนแรกแทบไม่มีคนเลย (ส่วนหนึ่งเพราะผมขี้เกียจ ไม่ค่อยอัพเดตบล็อกผมเท่าไหร่) ผมต้องรออยู่นานกว่าบล็อกของผมจะเริ่มติดอันดับใน Google

แต่พอบล็อกผมติดอันดับแล้ว ทุกอย่างก็ง่ายขึ้นครับ อย่างตอนนี้ถ้าคุณค้นหาคำว่า “การสร้างเว็บไซต์” ใน Google คุณจะเห็นบล็อกของผมอยู่ในหน้าแรกของผลการค้นหา

ปัจจุบันบล็อกผมมีคนเข้ามาอ่านทุกวันอย่างสม่ำเสมอ โดยที่ผมแทบไม่ได้ทำอะไรเลย (นานๆ ผมถึงจะเขียนบทความใหม่ซักบทความนึง หรือไม่ก็อัพเดตบทความเก่าๆ ให้มันดีขึ้น)

ช่วงแรกคุณจึงต้องขยันเขียนบทความใหม่ๆ ให้กับบล็อกคุณอย่างสม่ำเสมอ (ยิ่งเยอะยิ่งดี) ยิ่งมีเนื้อหามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสดึงดูดคนเข้ามาอ่านมากเท่านั้นครับ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านนะครับ

8 thoughts on “วิธีการสร้างบล็อก (ขั้นตอนง่ายๆ เหมาะกับผู้เริ่มต้น)”

  1. ขอบคุณนะครับเป็นประโยชน์มากครับเข้าใจง่ายถ้อยภาษาเป็นกันเองผมอยู่ในช่วงศึกษาอยากจะมีบล็อกเป็นของตนเองครับ

    ตอบกลับ
  2. ชอบวิธีการอธิบายที่ง่ายต่อการเข้าใจ และตรงประเด็นมากเลยคะ เหมือนคนเขียนรู้ว่าคนอ่านอยากได้อะไร ทำให้เข้าใจและเป็นประโยชน์มากเลยคะ ขอบคุณคะ

    ตอบกลับ
  3. ตรงประเด็น และเข้าใจง่าย เป็นขั้นเป็นตอนดี ให้ความรู้คนเริ่มต้นได้ดีมากค่ะ ขอบคุณค่ะ

    ตอบกลับ

Leave a Comment