วิธี backup เว็บไซต์ WordPress (สำรองข้อมูลกันการสูญหาย)

หลังจากที่คุณสร้างเว็บไซต์, ใส่เนื้อหา, และปรับแต่งเว็บจนดูดีมีระดับแล้ว คุณอาจจะเริ่มมีความกลัวขึ้นมา

กลัวว่าวันนึงข้อมูลบนเว็บคุณอาจหายไป

หรือกลัวว่าถ้าคุณไปแก้ค่าอะไรซักอย่าง แล้วมันไม่เป็นไปอย่างที่คิด คุณอาจทำให้มันกลับมาเป็นแบบเดิมไม่ได้

หรือถ้าเกิดเว็บคุณโดนแฮ็คขึ้นมา คุณจะทำยังไงดี

ไม่ต้องกังวลครับ บทความนี้ผมจะอธิบายวิธีแบ็คอัพเว็บไซต์ WordPress ให้ครับ (รวมทั้งขั้นตอนการกู้ข้อมูลด้วยว่าทำยังไง)

มาเริ่มกันเลยครับ

การแบ็คอัพเว็บไซต์อัตโนมัติ

สำหรับเจ้าของเว็บทั่วไป ผมแนะนำให้ตั้งค่าให้การแบ็คอัพเป็นแบบอัตโนมัติ

ถ้าไม่ทำให้เป็นแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บมักจะลืมแบ็คอัพ พอเว็บพังหรือข้อมูลหายก็ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง

เพราะฉะนั้นรีบป้องกันไว้ตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า

สำหรับวิธีแบ็คอัพอัตโนมัติ ให้ทำแบบนี้ครับ

1. สมัครเว็บไซต์ที่ให้บริการเก็บไฟล์ออนไลน์

ถ้าคุณยังไม่มีพื้นที่เก็บไฟล์ออนไลน์ ให้เลือกสมัครเว็บใดเว็บหนึ่งในรายชื่อด้านล่างครับ (ขั้นตอนนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายนะครับ)

  1. Dropbox 
  2. Backup and Sync from Google (Google Drive)

เหตุผลที่เราต้องสมัครบริการพวกนี้ ก็เพราะเดี๋ยวเราจะตั้งค่าให้เว็บของเราอัพโหลดไฟล์แบ็คอัพไปที่บริการพวกนี้ (เราไม่ควรเก็บไฟล์แบ็คอัพไว้ที่เครื่องคอมตัวเอง เพราะมีโอกาสสูญหายได้)

2. ติดตั้งปลั๊กอิน UpdraftPlus

เราจะใช้ปลั๊กอินแบ็คอัพ ชื่อ UpdraftPlus ในการสำรองข้อมูล (ไม่ต้องเสียเวลาหาปลั๊กอินตัวอื่นครับ ตัวนี้ดีที่สุดแล้ว)

ให้เข้าไปที่ Dashboard (ส่วนแอดมินของเว็บไซต์) เลือกเมนู Plugins >> Add New แล้วพิมพ์ UpdraftPlus ลงในช่องค้นหา

จากนั้นกด Install และ Activate เพื่อให้ปลั๊กอินเริ่มทำงาน

3. ตั้งค่าสำรองข้อมูล

ให้เข้าไปที่เมนู Settings >> UpdraftPlus Backups

คุณจะเห็นหน้าเพจของ UpdraftPlus ให้คลิกที่แท็บ Settings จากนั้นเลือกว่า 1) ต้องการให้มีการแบ็คอัพบ่อยแค่ไหน และ 2) ต้องการให้เก็บไฟล์แบ็คอัพย้อนหลังกี่ชุด

จากรูปด้านบนเราต้องเซ็ตค่า 1) Files backup schedule และ 2) Database backup schedule ให้ใช้ค่าเดียวกันนะครับ

เนื่องจากผมไม่อัพเดตเว็บบ่อยเท่าไหร่ ผมตั้งให้มันแบ็คอัพทุกเดือน (Monthly) ก็พอแล้ว และผมก็ตั้งให้เก็บไฟล์แบ็คอัพย้อนหลัง 24 ชุด (ผมก็จะมีข้อมูลย้อนหลัง 24 เดือน)

ตรงนี้ผู้อ่านเซ็ตค่าที่เหมาะสมกับเว็บคุณได้เลยครับ ถ้าคุณอัพเดตเว็บบ่อยกว่าผม ก็อาจตั้งให้มันแบ็คอัพรายสัปดาห์ก็ได้ แล้วก็ให้เก็บไฟล์ย้อนหลังอย่างน้อย 13 สัปดาห์ (คุณก็จะมีข้อมูลย้อนหลัง 13 สัปดาห์ หรือ 3 เดือน)

ตั้งค่าเสร็จแล้วเลื่อนลงด้านล่าง แล้วเลือกว่าจะใช้ remote storage ที่ไหน (ในตัวอย่างผมจะใช้ Dropbox)

จากนั้นเลื่อนลงมาด้านล่างสุด (ไม่ต้องสนใจ settings ตัวอื่น) แล้วกดปุ่ม Save Changes เลยครับ

หลังจากกดปุ่ม Save Changes จะมี pop-up ตามรูปด้านล่างปรากฏขึ้นมา (Remote storage authentication) ให้กดลิงก์ใน pop-up เลยครับ (เดี๋ยวเราจะทำการเชื่อมต่อ UpdraftPlus กับ Dropbox เข้าด้วยกัน)

พอกดลิงก์แล้วจะเจอหน้าต่างให้ล็อกอินเข้าบัญชี Dropbox ของคุณ

พอล็อกอินเสร็จ Dropbox จะถามคุณว่าจะอนุญาติให้ UpdraftPlus สามารถเพิ่มหรือลบไฟล์ในโฟลเดอร์ Apps >> UpdraftPlus.com ใน Dropbox ของคุณไหม ให้กด Allow

จากนั้นให้กด Complete Setup

หลังจากนั้นคุณจะกลับมาที่หน้าของ UpdraftPlus แล้วจะมีข้อความ Success แสดงขึ้นมา (แปลว่าเชื่อมต่อกับ Dropbox เรียบร้อยแล้ว)

ตอนนี้ถ้าคุณเข้าไปที่ Dropbox ของคุณ คุณจะเห็นว่ามีการสร้างโฟลเดอร์ใหม่ขึ้นมา (Apps >> UpdraftPlus.Com) โฟลเดอร์นี้แหละครับที่จะเป็นที่เก็บไฟล์แบ็คอัพของคุณ

เรียบร้อยครับ เพียงเท่านี้เว็บไซต์คุณก็จะมีการแบ็คอัพโดยอัตโนมัติแล้วครับ

หลังจากนี้ซักระยะนึง ผมแนะนำให้เข้าไปดูโฟลเดอร์ Dropbox >> Apps >> UpdraftPlus.Com ซะหน่อย เพื่อดูว่ามีการส่งไฟล์แบ็คอัพจริงหรือไม่ ถ้าเห็นไฟล์แบ็คอัพแบบในรูปด้านล่าง ก็แสดงว่าทุกอย่างไม่มีปัญหาครับ

การแบ็คอัพเว็บไซต์แบบ manual (เมื่อไหร่ที่ควรทำ)

คุณสามารถแบ็คอัพเว็บไซต์แบบ manual โดยคลิกที่แท็บ Backup/Restore แล้วกด Backup Now

นอกจากการแบ็คอัพแบบอัตโนมัติแล้ว บางครั้งบางคราวผมก็ทำการแบ็คอัพแบบ manual เหมือนกัน

ปกติเวลาที่ผมสร้างเว็บไซต์เสร็จ และทำการเพิ่มเนื้อหาและปรับแต่งเว็บไซต์จนเป็นที่น่าพอใจในระดับนึง ผมจะลงปลั๊กอิน UpdraftPlus แล้วแบ็คอัพเว็บไซต์แบบ manual ไว้ก่อนเลยหนึ่งครั้ง

หรือถ้าผมต้องทำอะไรเสี่ยงๆ กับเว็บผม (เช่น เปลี่ยนธีมใหม่, อัพเดตปลั๊กอิน) ผมจะแบ็คอัพเว็บไซต์แบบ manual ไว้ก่อนเช่นกัน หากเกิดปัญหาผมจะได้กู้ข้อมูลได้ โดยที่ข้อมูลบนเว็บไซต์ก็จะเป็นข้อมูลล่าสุด

การกู้ข้อมูลของเว็บไซต์

การกู้ข้อมูลมีสองวิธี ขึ้นอยู่กับความเสียหาย

ถ้าเว็บคุณเสียหายไม่มาก (ยังสามารถล็อกอินเข้า Dashboard ได้) คุณสามารถกู้ข้อมูลโดยการไปที่แท็บ Backup/Restore แล้วเลื่อนไปด้านล่าง คุณจะเห็นไฟล์แบ็คอัพที่คุณมี (พร้อมวันที่และเวลา)

จากรูปด้านบน สมมุติคุณอยากย้อนกลับไปใช้ข้อมูลของวันที่ Feb 09, 2019 เวลา 12:07 คุณก็แค่กดปุ่ม Restore เว็บคุณก็จะกลับเป็นเหมือน ณ วันเวลานั้น

แต่สมมุติเว็บคุณเสียหายร้ายแรง อาจจะโดนแฮ็ค โดนเปลี่ยนรหัสผ่าน ทำให้คุณล็อกอินเข้า Dashboard ไม่ได้ แบบนี้คุณจะกู้ข้อมูลโดยใช้วิธีข้างบนไม่ได้แล้วครับ

กรณีนี้ วิธีที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ก็คือขอความช่วยเหลือจาก customer support ของเว็บโฮสติ้งที่คุณใช้อยู่ครับ คุณแค่แชร์ไฟล์แบ็คอัพที่เก็บไว้ใน Dropbox (หรือ Google Drive) ให้พวกเขาไป เขาจะจัดการกู้เว็บไซต์คุณให้เอง

วิธีการแชร์ไฟล์แบ็คอัพใน Dropbox ให้เข้าไปที่โฟลเดอร์ Dropbox >> Apps แล้วคลิกขวาที่โฟลเดอร์ UpdraftPlus.com และกด Copy Dropbox link (ตามรูปด้านล่าง) ลิงก์ก็จะถูก copy เข้า clipboard

จากนั้นคุณก็เอาลิงก์นี้ส่งให้ customer support ของเว็บโฮสคุณ (จะเป็นทางอีเมลหรือผ่านเว็บไซต์ก็แล้วแต่)

หลังจากนั้นก็รออย่างอดทน ทีมงานจะจัดการกู้เว็บไซต์คุณให้ครับ

การใช้ไฟล์แบ็คอัพในการย้ายเว็บโฮสติ้ง

เวลามีการแบ็คอัพเว็บไซต์ ไฟล์ที่ได้คือข้อมูลของเว็บไซต์คุณทั้งหมด สมมุติคุณต้องการย้ายเว็บโฮสติ้ง (อาจเพราะโฮสติ้งที่คุณใช้ล่มบ่อย) คุณสามารถส่งไฟล์นี้ให้กับเว็บโฮสติ้งเจ้าใหม่ได้เลย

เว็บโฮสติ้งส่วนมากมักยินดีย้ายเว็บไซต์ให้เราฟรีๆ (เพราะต้องการดึงดูดลูกค้า) เพราะฉะนั้นขั้นตอนนี้มักจะไม่มีค่าใช้จ่ายครับ

สิ่งที่คุณต้องทำก็แค่สมัครเว็บโฮสติ้งเจ้าใหม่ แล้วติดต่อ customer support ขอให้เค้าติดตั้งเว็บไซต์ให้หน่อย (ส่งไฟล์เว็บไซต์ไปให้เค้าด้วย) หากมีขั้นตอนไหนที่คุณต้องทำเพิ่มเติม (เช่น การเซ็ตค่า name servers) เดี๋ยวเค้าจะอธิบายให้คุณเองว่าต้องทำยังไง

จบแล้วครับสำหรับวิธีการสำรองข้อมูลเว็บไซต์ (ซึ่งเป็นที่สิ่งสำคัญมาก) หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านนะครับ

5 thoughts on “วิธี backup เว็บไซต์ WordPress (สำรองข้อมูลกันการสูญหาย)”

  1. รบกวนสอบถามค่ะ
    กรณีที่เรา back up แล้วไม่สำเร็จจะมีผลอะไรกับเว็บไซต์เรามั้ยคะ?
    (มือใหม่ค่ะ)
    ขอบคุณค่ะ

    ตอบกลับ
    • คิดว่าไม่มีนะครับ กระบวนการแบ็คอัพไม่ได้ทำอะไรกับตัวเว็บเราตรงๆ เป็นแค่การ”คัดลอก” ไฟล์ไปวางไว้ที่อื่นเท่านั้นเอง (ไม่ใช้การย้ายไฟล์)

      ตอบกลับ
  2. กรณีที่เราเป็นแค่ admin ของ wordpress เราสามารถ backup ได้มั้ยครับ
    แล้วถ้าอยากจะ backup เพราะว่าต้องการจะ Update wordpress อันนี้เวลาอัพเดทแล้ว หน้าตามันเปลี่ยนไปเยอะจนอยากจะกลับมาใช้เวอร์ชั่นเดิม เราสามารถดึงเอาที่เราได้ backup ไว้กลับมาใช้ได้มั้ยครับ

    ตอบกลับ

Leave a Comment